หน้าเว็บ

28 กันยายน 2553

145 | วันที่น่าจดจำ

ช่วงนี้โคตรขี้เกียจเขียน Blog เลยครับ

ก็อย่างที่เห็นกัน (ถ้ายังอ่านกันอยู่ 555) คือผมไม่ได้เขียน Blog มาเกือบ 4 เดือนแล้ว ถ้านับเดือนมิถุนายนที่เขียนเรื่องซื้อมือถือใหม่เรื่องเดียว ผมก็ไม่ได้เขียนอะไรอีกเลย ตลอดทั้งเดือนกรกฏาคมและสิงหาคม (ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เว้น Blog ไว้เต็มๆ เดือน) แล้วก็เกิดอยากจะมาเขียนอะไรนิดหน่อยเอาวันนี้ซึ่งเป็นปลายเดือนกันยายน โอ้ว...ผมไม่ได้หายหน้าหายตาไปจากโลกออนไลน์นะครับ เพราะว่าการเคลื่อนไหวของผมใน facebook และ foursquare ยังคงต่อเนื่องเหมือนเดิม (จะมีแต่ twitter ที่นานๆ เข้าที แต่ยังยิงรูปจาก twitpic กับพิกัดจาก foursquare อยู่)

แล้วชีวิตที่หายไปจาก Blog สุดรักนี้ ผมไปทำอะไรมาละ

ที่จำได้แบบคร่าวๆ ก็คือ ผมก็ทำงานสอนไปตามปกติ พร้อมกับเตรียมงานร่างพัฒนาหลักสูตรใหม่ แล้วจู่ๆ ก็ต้องไปดูงานติดต่อกันถึง 3 ที่คือ งาน wunca ม.เทคโนโลยีสุรนารี (ได้กระเป๋าโน้ตบุ้คกับเสื้อ STU มา) ตามด้วยหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และงานพัฒนาหลักสูตรที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากกลับมาก็เร่งงานพัฒนาเว็บ ตามด้วยงานเขียนเอกสารประกอบการสอน (เพื่อใช้ประเมินต่อสัญญาจ้าง) และก็แวบไปหา Advisor ที่ มน. เอา Paper ไปส่ง (และโดนสั่งให้กลับมาแก้อีกบานตะไท) สุดท้ายก็เพิ่งจะปิดงานเว็บ, หลักสูตร และเอกสารประเมินไปพร้อมๆ กันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง

ที่น่าจดจำมากก็คือ สภาพของผมเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่แล้ว ผมอยู่ในสภาพเงินเดือนหมดเกลี้ยง หมดชนิดที่ว่าควานหาเศษเหรียญตามที่ต่างๆ ในห้องนอนและห้องทำงานมารวบรวมแล้วใช้จ่ายให้พอพ้นไปวันๆ มาม่าสามมื้อต่อวันกลายเป็นเรื่องปกติ ที่หนักๆ ก็คือผมวิกฤตขนาดที่เวลาเลิกงานต้องขับรถกลับบ้านช้าๆ เพราะว่าถ้าน้ำมันหมดแล้วจะไม่มีเงินเติม และถ้าเกิดอุบัติเหตุเช่น ยางรั่ว ผมก็ไม่มีแม้แต่เงินมาปะยาง !!! ทั้งหมดนี้ไม่ได้โทษใครหรอกครับ แต่มันเกิดจากการที่ผมไม่รู้จักระมัดระวังเรื่องการใช้เงินเอง

แล้วสภาพแบบนั้นแหละครับ ผมต้องนั่งทำงานอยู่ที่มหาลัยเพื่อจัดการทุกอย่างให้เสร็จทันกำหนด เวลางาน 8 ชั่วโมงไม่เพียงพอเสียแล้ว ภาพที่ผมขี่มอเตอร์ไซค์ช้าๆ ออกจากมหาลัยตอนตี 1 ตี 2 คงเป็นภาพชินตาของเหล่ายามหน้าประตูที่เห็นกันตลอดช่วง 2-3 สัปดาห์นั้นเลยทีเดียว สภาพแบบนั้นเป็นอะไรที่ติดตรึงใจมากครับ มันมีทั้งความเหนื่อย ความท้อแท้ ความหิว ความเครียดแบบจิตตกสุดๆ ไอ้การจะไปคลายเครียดพักสายตากับเบียร์ซักกระป๋องแล้วกลับมาทำงานต่อยังเป็นไปไม่ได้เลยในช่วงเวลานั้น

มาถึงตอนนี้ เมื่อเหตุการณ์มันผ่านพ้นไปหมดแล้ว ผมรู้สึกว่าอะไรบางอย่างในตัวผมเริ่มเปลี่ยนไปบ้างแล้วครับ ในเรื่องงานผมเข้าใจดีถึงความจำเป็นในการทำงานให้เสร็จตามกำหนดเวลา และมันก็ทำให้เราแกร่งขึ้น ทนงานขึ้นมาอีกเยอะ (เคยเจอสภาพคล้ายๆ กันแบบนี้มาสองครั้งคือ โปรเจ็ค ป.ตรี และ IS ป.โท ซึ่งแต่ละครั้งมันก็ทำให้ผมทนทายาดขึ้นอีกเยอะเลย) ส่วนเรื่องเงินทองตอนนี้แม้จะมีเพียงเหรียญบาทสักเหรียญหล่นอยู่ตรงหน้า ผมก็จะเห็นมันเสมือนว่ามีสร้อยคอทองคำตกอยู่แบบนั้นเลยเชียว ผมเข้าใจค่าของเงินมากขึ้นอีกนิดหลังจากที่ได้พบกับรสชาติชีวิตตรงนั้นมา วันนี้ทุกอย่างกลับสู่สภาพปกติแล้วครับ และผมก็ได้รับผลตอบแทนจากความเหน็ดเหนื่อยตรงนั้นมา หลังจากที่ได้ให้รางวัลกับตัวเองไปพอสมควรแล้ว ผมจะสัญญากับตัวเองว่าผมจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีกเป็นอันขาด

ทำงานมาเกือบ 5 ปี วันนี้เป็นวันที่ตัวเลขในบัญชีของผมสวยงามที่สุดเท่าที่มันเคยมีมาเลยครับ รู้สึกว่าภูมิใจจริงๆ ที่เรายังทนอยู่ได้มาจนถึงวันนี้ 55555555+

18 มิถุนายน 2553

144 | My Android

กลับมาเขียน Blog อีกครั้งหลังจากขี้เกียจมานานแสนนาน...ขี้เกียจจริงๆ นะครับ ทั้งๆ ที่มีเรื่องอยากเขียนเยอะ ไหนเรื่องพัทยาก็ยังเล่าไม่จบ ทั้งเรื่องที่ไปมาเลเซีย ทั้งเรื่องจิปาถะมากมาย แต่ก็ไม่อยากเขียน (รูปยังขี้เกียจอัพขึ้น facebook เลย) วันนี้เซ็งๆ ไม่อยากทำอะไร แต่อยากเขียน Blog ซะงั้น ...เออเขียนซักเรื่องแล้วกัน

คือเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมเอาโทรศัพท์เครื่องเก่า (Nokia 5800 XpressMusic) ไปขาย แล้วเทิร์นเครื่องใหม่มา และก็เป็นโทรศัพท์ที่ฝันไว้จริงๆ นั่นก็คือ "SAMSUNG Galaxy Spica (i5700)" นั่นเองครับ



สีขาวแบบในรูปนี้เลยครับ

ไอ้ที่ฝันไว้ไม่ใช่ความที่มันเป็น SAMSUNG หรอกครับ แต่เป็นข้างในของมันที่เป็น "Android" ต่างหาก

คือผมอยากได้โทรศัพท์ที่เป็น Android มานานแล้ว และด้วยกำลังทรัพย์ที่มี ผมมีตัวเลือกที่สามารถซื้อได้เพียง 2 รุ่นเท่านั้น คือ WellCom A88 และ SAMSUNG Spica ซึ่งพิจารณาดูแล้ว ผมคาดว่าถ้าซื้อ WellCom มาสงสัยจะไม่เข้าท่าแน่ๆ เพราะว่ามันไม่น่าไว้ใจเลยสำหรับโทรศัพท์ House Brand ถ้าเทียบราคาแล้ว ยอมจ่ายแพงอีกนิดนึงแล้วซื้อ SAMSUNG อย่างน้อยด้วยยี่ห้อของมันก็ทำให้พอไว้ใจได้บ้างแหละ

จนกระทั่งมาถึงวันที่ Spica ลดราคาจากหมื่นกว่าๆ เหลือ 9,900 ผมตัดสินใจหักดิบเลย "ซื้อเว้ย" แล้วก็เอาเครื่องเก่าไปเทิร์นกันง่ายๆ แบบนี้แหละครับ ได้ราคามิตรภาพมา 9,600 ก็โอเคครับ

OS ที่ได้มากับเครื่องเป็น 1.5 ครับ ผมก็เอามาอัพเองเป็น 2.1 หลังจากนั้นก็ค่อยๆ หัดใช้มาเรื่อยๆ เปลี่ยน App นู่นนี่ทุกวัน จนตอนนี้ก็เริ่มจะเป็นงานบ้างแล้วครับ



HomeScreen ของ 2.1 เครื่องนี้เป็นแบบนี้ครับ

ประทับใจ Android จริงๆ มันตอบโจทย์ได้ทุกอย่างเลย ตอนแรกผมก็อ่านๆ ข้อมูลมาบ้างว่าโทรศัพท์ Android ใช้ยังไง แล้วต้องทำยังไงกับมันบ้าง แต่พอมาอยู่ในมือจริงๆ ก็ไม่เป็นงานซะเลย

เริ่มแรกก็คือหาวิธีปิด EDGE ตรงนี้หาข้อมูลไม่ยากครับ ผมใช้ APNdroid โหลดจากใน Market ฟรี แก้ปัญหาได้เรียบร้อย

ปัญหาต่อมาคือ เบอร์โทรศัพท์ เครื่องเดิมผม Sync เบอร์ทั้งหมดลง Outlook ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่พอมาเครื่องใหม่ผมหาวิธีเอาเบอร์จาก Outlook กลับลงไปในมือถือไม่ได้ แล้วจู่ๆ ก็มีเหตุที่้ต้องโทรออกกะทันหัน ก็วุ่นวายน่าดูครับต้องโทรไปหาเพื่อนเพื่อขอเบอร์มาโทรอีกที 555555

สุดท้ายก็มาเข้าใจว่า Google Sync มันคืออะไร แล้วก็ทำการ Sync เบอร์เข้า Gmail และ Sync ลงมือถือเรียบร้อย ...จริงๆ แล้วถึงจะวุ่นวายเวิ่นเว้อขนาดนี้ แต่ผมกลับประทับใจแนวคิดการ Sync Contact แบบนี้มากๆ เลย (รู้สึกว่ามันชัดเจนแล้วก็ใช้ง่ายกว่า Ovi Contact อีก)

ปัญหาใหญ่ต่อมาคือ ผมไปโหลดโปรแกรมจำพวก Task Manager มาลง ตอนแรกใช้ Advanced task Manager Free แต่ไม่ชอบไอคอนมันก็เลยเอาออก แล้วก็ลองหาตัวอื่นดู ปรากฏว่าไปเจอตัวนึงชื่อ Advanced Task Killer Free ไอคอนสวยงามมากมายครับเป็นรูปหุ่นกระป๋องเขียวอย่างเท่อะ เอาละวะลงเล้ย :)



ไอคอนหุ่นเขียวนั่นแหละครับ จำหน้ามันไว้ๆ

...ความซวยมาเยือนครับ แบตเตอรี่ผมหมดฮวบฮาบอย่างไม่ทันตั้งตัว ซึ่งผมก็ไม่รู้จริงๆ ว่ามันเกิดจากอะไร แบตหมดแล้วไม่พอ ชาร์ตใหม่อีกประมาณ 4-5 ชั่วโมงกว่าจะเต็ม พอเต็มปุ๊ปเอาสายออก แบตหายไปทันที 10% (ชิบหาย) มันเกิดอะไรกันนี่ ผมลนลานมากหาทางออกไม่ได้ Search ตามเน็ตก็ไม่เจอ (ผมไปตั้งกระทู้ถามในพันทิป ตามนี้) จนได้คำตอบจากกระทู้นี่แหละครับว่าไอ้กระป๋องเขียวนี่แหละตัวการ เอาออกซะแล้วกลับไปใช้ของเดิมดีกว่า ขี้เหร่หน่อยก็ยอมดีกว่าแบตชาร์ตครึ่งวันใช้ครึ่งวัน เหอะๆๆๆ

หมดปัญหาเรื่องแบตแล้ว ต่อมาคือเรื่อง HomeScreen อืด ตอนแรกที่ดูใน youtube มันก็อึดจริงๆ นั่นแหละ และผมก็เตรียมใจไว้แล้วว่า ...เออ ช่างเหอะ อย่างน้อยมันก็เร็วกว่า 5800 XM หน่อยนึงละวะ แล้วมันก็อึดคามือจนได้ ผมอึดอัดใจมานานหลายวันก่อนจะพบว่า เจ้า HomeScreen ที่มากับ Spica เนี่ยมันคือ Pantheon และมันเปลี่ยนได้ !!! (จริงๆ มัน Uninstall ได้แต่คงต้อง root ซึ่งผมยังไม่กล้าหาญขนาดนั้น) ผมก็เลยเปลี่ยนมาลง LauncherPro แทน ซึ่งมันก็ลื่นปรื๊ดดดด สวยงามสมปรารถนา

หลังจากนั้นผมก็ลองลง App นู่นนี่มากมาย ผมก็เริ่มรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น ตอนนี้ประทับใจมากๆ แล้วครับ และยังคงต้องศึกษามันต่อไป เล่าไว้เท่านี้ก่อนครับถ้ามีอะไรหนุกหนานจะกลับมาอัพเดทต่อ....ถ้าไม่ขี้เกียจ 5555555555555555+

17 พฤษภาคม 2553

143 | R.I.P. เสธ.แดง



ตอนแรกว่าจะพักเขียน Blog ยาว เพราะว่าเรื่องไปพัทยาก็ยังเขียนไม่จบ (ขี้เกียจ) แถมมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าเขียนอีกเยอะ ก็เลยกะว่าจะตุนไว้เขียนทีเดียวเวลาว่างๆ แต่วันนี้ต้องมาเขียนไว้อีกเรื่องหนึ่งก่อนครับ

ตั้งแต่คืนวันที่ 17 พฤษภาคม ประมาณทุ่มกว่าๆ ผมกำลังทานข้าวกันที่บ้าน ในขณะเดียวกันก็เปิด Twitter ไปด้วยดูข่าวไปด้วย แล้ว Tweet ของใครสักคนก็รายงานมาว่า เกิดเสียงระเบิดและเสียงปืนขึ้นในกลุ่มผู้ชุมนุมที่สวนลุมฯ

...แล้ว เสธ.แดง ก็ล้มลง



สี่วันต่อมา เสธ.แดงก็เสียชีวิตลงเมื่อเช้าวันนี้เอง ด้วยภาวะไตวายเฉียบพลัน

ผมรู้จักเสธ.แดงครั้งแรกเพราะคุณ joice แนะนำให้ไปอ่านเว็บ sae-dang.com ซึ่งอ่านแล้วก็รู้ๆ แนวคิดของแกอยู่ แต่ที่ถูกใจก็คือแกมักจะมีข้อมูลแปลกๆ ที่เราไม่ค่อยรู้มาให้อ่านอยู่บ่อยๆ อย่างเช่นเรื่องเขาพระวิหาร รวมไปถึงพวกรูปถ่ายเก่าๆ สมัยแกยังหนุ่ม (ที่ฮาคือเรื่องที่แกออกมาเถียงว่าเคยเรียนจุฬาฯ)

ในวันนี้ถึงผมจะไม่ชอบเสธ.แดงคนนี้นัก แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกใจหายเหมือนกัน

อโหสิกรรมนะครับเสธ. ขอให้สู่สุขคติ...

24 มีนาคม 2553

140 | กระดานโกะมาแล้ว



วันนี้ อจ.แมนเอากระดานโกะมาให้ เพราะว่าฝากแกไปซื้อที่โคราช ราคา 1,000 บาทถ้วน

ปลาบปลื้มมากเพราะว่าเคยซื้อกระดานโกะแบบกระดาษ กล่องละ 150 มาเล่น แล้วกระดานกระดาษหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ นับแต่นั้นมาก็อยากได้กระดานไม้มาตลอด วันนี้ได้เป็นเจ้าของกระดานไม้จริงๆ แล้ว ดีใจม๊ากมาก 55555555555+



เม็ดหมาก เซรามิกส์ สวยงาม วางแล้วดัง เผียะ !!



วางบนที่นอนแล้วดูดี

หลังจากนี้ก็คงต้องกลับมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ละครับ ยุทธจักรหมากล้อม (พูดเหมือนเก่งจริงๆ คือผมอ่อนโคตรๆ 555555+)

139 | นาคปรก

วันนี้ไปดูหนังมาครับ เป็นอีก 1 เรื่องที่รอคอยมานานหลายปี นั่นก็คือ "นาคปรก" ครับ



วิจารณ์แบบส่วนตัว
หนังทำออกมาได้ความรู้สึกแรงสมใจที่หลายๆ คนรอเลยทีเดียว (อย่างที่เราได้เห็นกันในตัวอย่าง) ลองมาดูประเด็นต่างๆ ที่ผมเห็นจากหนังเรื่องนี้กันครับ

บัวสี่เหล่า ผมเข้าใจว่าน่าจะพูดถึง สิงห์ (บัวใต้โคลน), ป่าน (บัวใต้น้ำ), ปอ (บัวปริ่มน้ำ และอาจจะพ้นน้ำ) บัวใต้โคลนนี่มีหลายคนในเรื่องครับ แต่ไม่บอกดีกว่าเดี๋ยวจะกลายเป็น Spoil

ครอบครัว หนังใช้ประเพณีการบวชเรียนของชายไทย และเรื่องของผ้าเหลือง มาเป็นสัญลักษณ์ในการเปรียบเทียบให้เห็นความสำคัญของสถาบันครอบครัว ความแตกแยกของสถาบันครอบครัวโดยสังคมปัจจุบัน ฉากที่ป่านขึ้นเทศน์เป็นจุดที่เห็นอารมณ์นี้ชัดเจนที่สุดแล้วมั้งครับ ผมก็น้ำตาร่วงเอาเหมิือนกันเพราะอายุป่านนี้แล้วยังไม่ได้บวชพระเลย รู้สึกว่าคำพูดของป่านในฉากนี้โดนใจเอามากๆ

คนบาป ตัวละครในเรื่องแต่ละคนนี่ก็บาปออกนอกหน้าสุดโต่งเลย ตัวละครอย่าง สิงห์, ผึ้ง แสดงให้เห็นถึงความดำมืดสนิทที่ไม่อาจขัดเกลา เป็นตัวละครที่นักวิจารณ์อาจจะบอกว่า "แบนเกินไป ไม่มีมิติ" แต่ผมกลับรู้สึกว่า คนแบบนี้มีจริงๆ ในสังคมเราทุกวันนี้ครับ (แต่จะขัดเกลาให้บัวเหล่านี้อกกจากตมได้หรือไม่ไม่รู้) นอกจากนี้ตัวละครสีเทา อย่าง ป่าน, ปอ และคนอื่นๆ ในเรื่อง ก็เป็นลักษณะที่เอามาสอนใจได้อยู่ แต่พอมองในภาพรวมแล้วกลับกลายเป็นว่า ตัวละครทุกตัวทำให้ "ภาพสมจริง" ในเรื่อง กลายเป็น "ภาพหลอกๆ" ไปเสียได้ ...คือรู้สึกเองว่ามัน Over Acting เกินไปอะครับ

ศาสนาเสื่อม หลวงตาทำได้แสบจิตจริงๆ ครับ ฟังคำสอนหลวงตามาทั้งเรื่อง แล้วมาหักมุมเอาซะขาขวิดเลย (แต่ส่วนตัวผมคิดว่าคำสอนหลวงตาผมไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไรนะ ฟังดูมันเป็นเปลือกมากๆ) ส่วนความเสื่อมของศาสนาผมยังรู้สึกว่ามันยังไม่แรงพอครับ เทียบกับภาพลักษณ์ของสงฆ์แย่ๆ ที่เราเห็นกันตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือในข่าวทีวีแล้ว ความเสื่อมในหนังดูหลอกๆ ไปเลย แต่ก็เข้าใจละครับว่ามันอาจจะโจ่งแจ้งเกินไปนัก เอาเป็นว่า คิดซะว่าหนังเน้นประเด็นนี้เป็นประเด็นรองก็ละกัน

ถ้ามองในประเด็นครอบครัวแล้วหนังเรื่องนี้จะเป็นหนังที่ดีมากเลยครับ แต่ถ้ายึดประเด็นศาสนาแล้ว อาจจะทำให้เรามองหนังเรื่องนี้ด้อยค่าลงไปเหลือเพียงหนัง "พยายามจะแนว" ก็ได้

สรุปแล้ว ถ้าให้ดูเป็นหนังสนุกๆ ก็โอเคครับ และถ้าจะหาคุณค่าจากหนังเรื่องนี้ ประเด็นครอบครัวให้ผมได้มากที่สุดเลย ส่วนเรื่องศาสนานั้นผมเฉยๆ ครับ ที่เราเห็นในชีิวิตจริงมัน "แรง" กว่านี้เยอะ

สรุปว่าขอให้ 8/10 พอครับ


03 มีนาคม 2553

138 | Google Chrome & me




ไม่ได้เขียนนานจริงๆ ครับ วันนี้เกิดอยากเขียนอะไรนิดนึง

คือตอนนี้กำลังสนุกกับ Google Chrome อยู่ หลังจากที่ตอนออกมาใหม่ๆ ลองเล่นแล้วไม่ปลื้ม รู้สึกว่าใช้ Mozilla Firefox แล้วสบายใจกว่า

ผมชอบ Firefox มากๆ และชอบมาตั้งแต่สมัยออกใหม่ๆ แล้ว (จริงๆ คือชอบมาตั้งแต่สมัยเป็น Mozilla ไดโนเสาร์สีแดงด้วยซ้ำ) ด้วยเหตุผลหลักๆ ดังต่อไปนี้

- ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ
- ความสนุกในการลง extension (ปัจจุบันเรียก Add-On)
- ความวุ่นวายในการติดตั้งไอ้นู่นไอ้นี่เอง (พวก Plug-In ต่างๆ เช่น WMP, Flash Player) มันดูเหมือนเราเก่ง 5555+
- ความที่มันแสดงผลได้เป็นมาตรฐาน ..อย่างน้อยกว่ามาตรฐานกว่า IE แหละ
- ความที่มันเหมือน Opera แต่อ่านไทยได้ดูดีกว่า
- ความที่มันเป็น Open Source :)

ผ่านไปนานพอสมควร จน Chrome ออกเวอร์ชั่นใหม่ออกมาเรื่อยๆ วันนึงก็เลยรู้สึกว่า ลองกลับมาใช้ดูดีกว่า ประกอบกับที่เบื่อ Firefox อย่างหนึ่ง (อย่างเดียวเท่านั้น !) คือ ความอืด ครับ (ไหนสัญญาว่าเวอร์ชั่น 3 จะไม่กระหาย RAM แล้วไง T_T) ยิ่งเวลาเปิดเกมบน facebook อะไรนี่ เงิบครับ เซง

พอมาใช้ Chrome ตอนนี้ก็พบว่า อะไรๆ ที่บกพร่องหลายๆ อย่างก็ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นจนน่าใช้เลยเชียว (ข้อบกพร่องบางอันก็ยังมีนะครับดังที่หลายๆ เว็บว่าไว้ แต่พอยอมๆ ได้) ผมก็เลยตั้ง Chrome เป็น Default Browser ในเครื่องที่ทำงาน และใน Notebook (ลง Windows 7) แล้วลองใช้ไปๆ โดยไม่พึ่ง Firefox ดู อืม...มันก็ใช้ทำงานได้แฮะ !!!

(งานเว็บที่ทำช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาผม Test ใน Chrome เป็นหลักครับ อาจจะฟังดูไม่ดีแต่ผมก็ไม่ง้อ User เท่าไร 55555 จำได้ว่าครั้งนึงเคยทำเว็บที่มันจะดูดีเฉพาะบน Firefox มาแล้วด้วย User ที่ใช้ IE ด่ากันแหลกลาญ แต่ผมไม่สนครับ อืมมมเลวแท้)

ตอนนี้ Chrome มี Extension ให้เลือกติดตั้งและเล่นแล้ว ผมก็ลองลงอยู่หลายอัน เช่น Metrist (Twitter Client), Google Mail Checker, RSS Subscription, Google Reader Notifier เป็นต้น ก็พบว่าโอเคดีทุกตัวครับ สนุกขึ้นเรื่อยๆ แล้วสำหรับ Chrome ของผม โอ้วววว

ล่าสุด ณ นาทีนี้ ผมก็ได้ตั้ง Chrome เป็น Default Browser ในทุก OS ของคอมทุกเครื่องที่ผมใช้อยู่เรียบร้อยแล้วครับ ความประทับใจที่สุดที่ทำให้เลือก Chrome ตอนนี้ก็คือ

มันไม่อืด ครับ !!!

17 กุมภาพันธ์ 2553

137 | แห่กลางคืนอันเงียบเหงา

ปีนี้รู้สึกว่างานไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไรครับ เมื่อคืนมีแห่กลางคืนก็เลยไปดูมาแวบเดียว ได้ภาพมาฝากนิดหน่อย



แถวหน้าบ้านผมมีปาโป่งเยอะมาก แล้วคนก็เล่นกันแน่นทุกวัน



ไปถึงแถวหน้าศรีไกรลาสก็เจอขบวนมังกรพอดี เฉี่ยวหน้าไปนิดเดียว (เกือบโดนด่า 5555)



มังกรไปขึ้นเสาที่แยกตรอกชุนหงษ์ครับ



พ่นไฟ จุดพลุกันเปรี้ยงปร้างตามท้องเรื่อง แต่ผมว่าปีนี้พลุน้อยไปอะ

วันนี้ก็มีแห่กลางวันครับ แต่ผมมาทำงาน ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะกลับไปดูดีหรือเปล่า