หน้าเว็บ

21 เมษายน 2556

173 | สารพัด Gadget แก้เซง

วันนี้มาเล่าถึงสารพัด Gadget ที่เอาไว้เล่นแก้เบื่อระหว่างพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านหลายเดือนครับ

1. iPhone 4


ถือเป็นอุปกรณ์ที่อยู่คู่กายมานานครับ (เคยเขียนถึงใน Entry นี้ เมื่อเดือน พ.ค.54) ทนทายาดสิ้นดี ตอนหลังๆ นี่ผมแกะทั้งฟิล์มกันรอยหน้า-หลังออก เคสอะไรก็ไม่ใส่ทั้งนั้น และมันก็พิสูจน์ให้เห็นครับว่าสินค้า Apple นี่มันไม่ได้กระจอกนะ ทนมากๆ เลยแหละ

สภาพที่เกิดขึ้นหลังจากใช้มาจนกำลังจะครบ 2 ปีในเดือนหน้านี้ก็คือ กระจกหน้าหลังมีรอยขีดข่วนเล็กน้อยในระดับที่รับได้ ส่วนรอบๆ เครื่องก็มีรอยบิ่นบ้างจากการที่ตกพื้นหลายครั้ง (โดยเฉพาะตอนเมา) ตบท้ายด้วยบาดแผลใหญ่บริเวณด้านบนที่เพิ่งได้มาสดๆ จากอุบัติเหตุเมื่อต้นเดือนมีนาคมนี่เอง แต่โดยภาพรวมแล้ว มันคือโทรศัพท์มือถือที่ผมรักมากที่สุดพอๆ กับ Nokia 3310 โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกเลยครับ (เครื่องนั้นใช้มาเกือบ 4 ปี)

การใช้งาน : เล่นเน็ตผ่าน WiFi, 3G (ตอนปิด Router แล้ว) / ทวีต / ถ่ายรูปขึ้น Instagram / ถ่ายวิดีโอขึ้น Vine / โหลด App เล่นบ้าง

2. Samsung Galaxy Tab 2 7"


Tab นี่ซื้อมาประมาณเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว เพราะว่าเอา iPad ไปใช้ที่ ม.น.แล้วพ่อไม่มีเล่นเลยเอามาคืนพ่อ ก็พอดีเงินค่าสอนออกก้อนนึง เลยรีบแจ้นไปซื้อเลย 12,900 บาท ตัดสินใจไวโคตรๆ ทั้งๆ ที่เคยน้ำตาตกกับ Samsung มาแล้วนักต่อนัก แต่ทว่า...ไม่น่าเชื่อครับ ผมใช้มันมาเกือบปีแล้ว ยังรู้สึกเหมือนยังเป็นของใหม่อยู่เลยง่ะ

ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะว่า Spec ของ Tab 2 เนี่ยมันถือว่าใช้ได้นะ ทั้ง CPU (ARMv7), RAM และอื่นๆ ถือว่าสูงพอที่จะใช้งานได้นานกว่าปี ต่างจากสมัยที่ใช้ Spica อันนั้นเจ็บปวดมาก
(เมื่อต้นเดือนดูรายการแฟนพันธุ์แท้ Smartphone เลยเพิ่งรู้ว่า Spica เป็น Android ตัวแรกที่ Samsung เอามาทำตลาดในเมืองไทยด้วย !!)

ส่วนต่อมาก็คือ ผมไม่ค่อยติด App คู่ตัวที่มากับเครื่อง (ที่พัฒนาโดย Samsung เอง) เท่าไรนัก หลังจากใช้ Stock ROM ไปสักพัก ผมก็จัดการ Root และลง CM (CyanogenMod) เรียบร้อย แหม...มันน่าใช้ขึ้นเยอะครับ ลื่นหัวแตกเลยทีเดียว ใช้ตั้งแต่ CM 9 มาถึงล่าสุดตอนนี้ CM 10.1 ถึงจะเป็น Nightly Build (อัพเดทกันทุกคืน) ก็ยังถือว่าประสิทธิภาพสูงมากครับ ดึงประสิทธิภาพของเครื่องได้ชนิดที่ Stock ROM เทียบไม่ติดเลย ถึงจะมีปัญหา Crash บ้างในบาง App แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผมครับ รับได้ๆ :)

อีกส่วนหนึ่งก็คือ ความรู้สึกมันเหมือนว่าช่วงนี้ Android ทำอะไรออกมาตอบโจทย์การใช้งานผมได้หลายอย่างมาก ทั้งการใช้งานที่ง่ายขึ้นมาก (ถ้าเทียบกับสมัยที่เคยสัมผัสมาตอน 2.1-2.2) ขนาดหน้าจอของ Tab เองที่ใหญ่พอที่จะทำนู่นนี่ได้สะดวก รวมๆ แล้วกลายเป็นว่าช่วงหลังๆ ผมติด Tab มากกว่า iPhone ซะอีกครับ

ทุกวันนี้สิ่งที่ผมใช้ Tab มากที่สุดก็คือ การดูหนังครับ คือผมจะเอา DVD ที่เคยซื้อไว้เมื่อตอนทำงานใหม่ๆ (ประมาณปี 49) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแผ่นปั๊ม -_-" เลือกเอาเฉพาะแผ่นที่ยังไม่เสียมา RIP โดยใช้โปรแกรม HandBrake เก็บไว้เป็นไฟล์ mp4 แล้วก็เอาไว้ดูใน Tab ตอนก่อนนอนครับ อันนี้ทำทุกคืน คืนละเรื่องสองเรื่องจนบางวันได้นอนตอนเช้ามืดเลย 555555 ดูหนัง Wide Screen ในจอ 7 นิ้วนี่มันสุดยอดจริงๆ :D

การใช้งาน : เล่นเน็ตผ่าน WiFi / ดูหนัง / ทวีต / อ่านข่าว / อ่านการ์ตูน (PDF) / โหลด App ใหม่ๆ มาลองบ้าง

3. PSP


ตัวนี้ฮาครับ คือตอนอยู่พิดโลก อยู่มาวันนึงบ่นกับพี่โหน่งว่า อยากได้เครื่องเล่นเกมพกพาซักเครื่องไว้เล่นเวลาว่างๆ เลยชวนแกไปซื้อในเมืองครับ เก็บหอมรอมริบ (จากเงินเดือนที่เพิ่งออก) ไปตัดสินใจซื้อ PSP รุ่น Street มา ที่เลือกรุ่นนี้เพราะว่าถูกสุดครับ (ประมาณ 5,000 บาท) วัสดุมันก็พลาสติกเลยแหละ แถมไม่มี WiFi / ลำโพงมีอันเดียว แต่ผมเอามาเล่นเกมครับ ฟังก์ชั่นอื่นๆ ไม่สนใจ ถึงวัสดุจะเห่ยไปบ้างแต่ก็ถือว่าถูกลงไปหลายบาทเลยแหละ ซื้อ Memory Stick เพิ่มอีก 8 GB ก็ลงเกมเล่นได้บานทุ่งแล้วครับ

ตอนซื้อมาทางร้านก็ลงเกมมาให้ 4-5 เกมตามที่ผมเลือกไว้ แถมกำชับมาอย่างจริงจังถึงข้อห้ามหลายอย่าง เช่นห้ามเล่นเกมตอนชาร์ตไฟ, ห้ามลงเกมเองต้องเอามาลงที่ร้าน ฯลฯ ของแบบนี้ไม่ใช่ปัญหาครับ โหลดเกมมาลงเองง่ายกว่าขี่มอไซค์ 20 กม.ไปให้ร้านลงให้ตั้งเยอะ ผมก็เออๆ ออๆ ไปครับ

ซื้อมาได้ไม่กี่วันก็อุบัติเหตุครับ ที่เคยพูดกับพี่โหน่งไว้ว่าจะเอาไว้เล่นเวลาว่างๆ เลยได้เล่นซะจริงๆ ตั้งแต่นอนโรงพยาบาลจนกลับมาพักรักษาตัวที่บ้านถึงวันนี้เกือบ 2 เดือน มันอยู่คู่มือผมแทบจะตลอดเวลาครับ มีเวลาเหลือเฟือให้เล่นสมใจเลย เวงเอ๊ย -_-"

การใช้งาน : เล่นเกมสถานเดียว

4. Nintendo 3DS
 

ตัวนี้เพิ่งซื้อมาเมื่อก่อนสงกรานต์วันเดียวครับ ด้วยเหตุผลที่ว่า จู่ๆ ก็อยากได้ (ซะงั้น) ก็เลยสั่งซื้อผ่านเว็บ  http://www.pspinw.com เลย สั่งไปวันที่ 10 ของมาวันที่ 12 ได้เป็น 3DS XL (US) ชุด Mario Kart 7 Pre-Installed สีฟ้าสวยงาม ผมสั่งตลับแฟลช R4 ไปด้วย รวม Micro SD 8 GB อีกอัน ค่าเสียหายทั้งหมด 8,100 บาทรวมค่าส่ง EMS เอามาเล่นเกมทางเลือกเวลาเบื่อเกมโหดๆ ใน PSP ก็โอเคดีครับ

ณ วันนี้ก็เป็นที่รู้กันว่าต่อให้มี ROM ของ 3DS ที่แจกอยู่เกลื่อนเน็ตก็ตาม ยังไง 3DS ก็ยังเล่นไม่ได้อยู่ดี ทุกวันนี้ผมก็เลยได้แต่เล่นเกม DS เก่าๆ ผ่านตลับแฟลช แล้วก็เล่นเกมที่มันให้มาครับ ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่นะ แค่ Mario Kart 7 เกมเดียวก็เล่นได้นานแสนนานละ พวก AR Card ก็เอามาเล่นบ้างเพลินๆ ส่วนเกมของ DS ก็อย่างที่รู้กันว่า ถึงภาพไม่สวย กราฟิกไม่อลังการ แต่ความสนุกนั้นขั้นเทพเลยครับ

การใช้งาน : เล่นเกมสถานเดียว

5. meTV IPTV by TOT


ตัวนี้คือ IPTV ครับ เป็นของ TOT บริการใหม่ที่กะจะเอามาตีตลาดวงการทีวีเลยว่างั้น ก็เลยเกลี้ยล่อมพ่อกับแม่ลองเอามาใช้ดูครับ ตัวกล่องนี่ได้มาฟรีแต่เสียค่าบริการเพิ่มจากอินเตอร์เน็ตเดือนละ 60 บาท ซึ่งก็ถือว่าคุ้มใช้ได้นะ ถึงช่องที่ดูจะไม่ค่อยถูกใจนักแต่ก็ดูกันทุกวันครับ ช่องที่ชอบๆ ก็มี Thai PBS (HD), Green Channel (HD), Nation Channel แล้วก็ช่อง 3 ไว้ดูละครครับ (มีช่องการ์ตูนไว้ดูสลับๆ กันบ้าง) ข้อดีอื่นๆ ของอีกล่องนี้คือ ดูย้อนหลังได้ 3 วัน กับที่มันเป็น Android ครับ (ICS แถม CPU เป็น ARMv7 ด้วยนะเฮ่ย) ถ้าไม่มีอะไรจะดูจริงๆ ผมก็เอาไฟล์หนังใส่ SD Card เสียบดูแทนครับ

ที่ฮาคือ ถึง TOT จะบอกว่าความเร็วเน็ตที่แนะนำคือไม่น้อยกว่า 6 MB แต่ที่บ้านผม 10 MB ยังมีบางช่วงที่ดูทีวีแล้วกระตุกเลยครับ (ไอ้โอมมันเคยบอกว่ามันคือช่วงเวลานายกเช็คเมล์ 555555+) แถมตอนเปิดทีวีเนี่ยถ้าใครเปิดคอมโหลดอะไรอยู่ก็กระตุกอีกเหมือนกันครับ ถึงมันจะค้างแล้วโหลดต่อก็เหอะ (ช่วงไหนกระตุกมากๆ ละครบ้านผมจะจบช้ากว่าบ้านอื่นประมาณ 10 นาที 55555+) ทุกวันนี้เลยกลายเป็นว่า ถ้าจะโหลดอะไรช่วงที่จะมีคนดูทีวีละก็ ทีวีต้องสลับไปใช้หนวดกุ้งหาคลื่นเหมือนเดิม...เป็นงั้นไปวุ้ย

การใช้งาน : ดูทีวี / ดูหนัง

6. Amazon Kindle Touch


ตัวสุดท้ายครับ e-Book Reader ตัวนี้ซื้อมานานพอสมควรแล้ว ประมาณช่วงงานรับปริญญาที่ราชภัฏเมื่อปีที่แล้วก่อนไปเรียนต่อ สั่งซื้อจากเว็บ http://kindle-thailand.in.th ในราคาประมาณ 6,000 บาท ช่วงแรกๆ ก็ใช้เยอะนะ อ่านสี่แผ่นดินไปเกือบจบแล้ว (ที่ยังไม่อยากอ่านให้จบเพราะเสียดายความสนุก) อ่านการ์ตูน PDF ก็หลายเรื่อง บางทีก็เอามาอ่าน Novel ฝึกภาษาบ้าง ใช้ประโยชน์ได้เยอะครับสำหรับการอ่านหนังสือเนี่ย อยากให้มีหนังสือภาษาไทยทำขายใน Format นี้เยอะๆ คนไทยคงจะรักการอ่านขึ้นมามากเลยทีเดียวแหละครับ

แต่ช่วงหลังจากเกิดอุบัติเหตุและพักรักษาตัว เจ้า Kindle นี่กลับไม่ค่อยได้เอามาใช้เท่าไร เพราะว่าข้อจำกัดของมันคืออ่านที่มืดไม่ได้ แล้วส่วนใหญ่เวลาว่างพอที่จะอ่านหนังสือได้ก็ดันเป็นตอนกลางคืนซะอีก ก็เลยกลายเป็นอุปกรณ์ที่ช่วงนี้ออกจะเหินห่างกันไปซักหน่อยครับ

การใช้งาน : อ่าน e-Book สถานเดียว

จบแล้วครับสำหรับนานาสารพัดอุปกรณ์ที่อยู่ข้างเตียงผม ณ ตอนนี้ เขียนเพลินเลยยาวไปหน่อยอย่าว่ากันนะครับ :)





14 เมษายน 2556

172 | In-App Purchase ในมุมมองส่วนตัว


เมื่อตอนบ่าย อจ.แมนโทรมาบอกว่า Dungeon Hunter 4 ลง iOS ให้โหลดแล้ว คุยโทรศัพท์จนเสร็จแล้วมานั่งนึกสักพักกลายเป็นว่า ตอนที่คุยนั่นผมได้ยินเป็น Monster Hunter ก็เลยตื่นเต้นพอสมควร จริงๆ แล้วผมโหลด Dungeon Hunter 4 ไว้ตั้งแต่วันแรกที่ลง App Store แล้วแต่ยังไม่ได้ลองเล่นดูเลย ก็เลยเปิดขึ้นมาเล่นใน iPhone 4 คู่มือตัวเดิมครับ

เล่นไปได้สักพักก็ปิด ปัญหาเรื่องภาพกระตุกนั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ (เพราะ iPhone 4 มันก็เก่าแล้ว) แต่ที่ผมผิดหวังกับ Gameloft และ Dungeon Hunter 4 มากที่สุดก็คือ มันยังมีระบบ In-App Purchase เหมือน Dungeon Hunter 3 ที่ผมเกลียดเข้าไส้อีกแล้ว ถึงแม้จะมีความแตกต่างกับภาค 3 อยู่หลายส่วนทั้งเนื้อเรื่องและรูปแบบการเล่น แต่มันไม่ควรจะมี IAP เลย

ระบบการเล่นที่ผมประทับใจมากที่สุดคือ Dungeon Hunter 2 ซึ่งมันเรียบง่ายมาก การ Drop Item, การสวมใส่อาวุธและเครื่องป้องกันแบบ Auto หรือแม้กระทั่งการอัพ Skill ล้วนออกแบบมาแบบง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ ปรับแต่งง่ายๆ ซึ่งผมมองว่ามันเหมาะที่สุดแล้วครับสำหรับเกมที่จะเล่นบน Mobile Platform ได้สนุกที่สุด คือมันไม่ต้องซับซ้อนมากนักก็ได้ Dungeon Hunter 2 เป็นเกมภาคที่ผมรักและประทับใจที่สุด เล่นจบแล้วก็เอามาเล่นใหม่ได้อีกหลายต่อหลายรอบครับ


Screenshot ของ Dungeon Hunter 2 ภาคที่ผมประทับใจที่สุด

มาดูทางออกของ Gameloft กันบ้าง ในภาวะที่เกมบน App Store และ Google Play โดนแครกกันเป็นว่าเล่น การหารายได้โดยการขายของในแอพหรือที่เรียกว่า In-App Purchase ดูจะเป็นทางออกที่โอเคที่สุด ก็อย่างที่เห็นครับว่าเกมหลังๆ ของ Gameloft ปล่อยให้โหลดฟรีแต่มีค่าใช้จ่ายในเกมกันถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้กระทั่ง Wild Blood เกมดังระดับเรือธงของค่ายที่แม้จะขายตัวเกมในราคาสูงแล้ว ยังตามไปขายของในเกมให้ผู้เล่นที่แสนจะจงรักภักดีได้เลือกซื้อกันอีก ถ้ามองในแง่ผู้ผลิตแล้วนี่คือทางรอดในการสร้างรายได้จากการพัฒนาแอพที่มักโดนแครกไปแจกฟรีอยู่เรื่อย แต่สำหรับผู้ใช้แล้ว นี่คือฝันร้ายสำหรับนักเล่นเกมบางกลุ่มเลยทีเดียวแหละ


Screenshot ของเกม Wild Blood ถ้าอยากได้ชุดหรืออาวุธเทพๆ อย่างในภาพก็ต้องเงินจริง

ขอแทรกประสบการณ์นิดนึง ผมเคยซื้อ Wild Blood บน Android มาเล่นในราคาสองร้อยกว่าบาท เล่นไปเรื่อยๆ ก็ถึงจุดที่ไม่สามารถไปต่อได้หากไม่สามารถเอาชนะศัตรูในฉากนั้นได้หมด (แล้วมันก็มีหลายตัว แต่ละตัวก็เก่งโคตรๆ) สุดท้ายผมก็ต้อง IAP เอาเงินจริงซื้อเงินในเกม เพื่อมาซื้อชุดและอาวุธใหม่ ปรากฏว่าผ่านฉากนั้นไปอย่างง่ายดาย ซึ่งการที่จะเก็บเงินในเกมมาซื้อชุดและอาวุธโดยไม่อาศัย IAP นั้นทำได้มั้ย ตอบว่าได้ครับ แต่ผมคงต้องวิ่งย้อนกลับไปเล่นจากฉากแรกใหม่อีกรอบเพื่อเก็บเงินตามฉาก ถึงจะมีเงินพอซื้อได้ (ปัจจุบันเลิกเล่นไปแล้ว เพราะ 1. เกมแครชบ่อยมาก 2. พอเอาเกมออกแล้วลงใหม่ ไอ้ที่ซื้อไว้มันหายไป -_-")

คือจริงๆ แล้ว เกมระดับคุณภาพขนาดนี้เนี่ย มันไม่ควรจะมีแล้วนะครับไอ้พวกหาเงินงุบงิบจากในเกมเนี่ย คือจะขายก็ขายเลย แอพละกี่ร้อยก็ว่าไป ช่องทางในการหาเงินจาก IAP ของค่ายก็ยังมีตัวเลือกอื่นอยู่ อย่างค่าย Gameloft ก็มีเกมประเภท Casual เยอะแยะมากมายที่แจกฟรีแล้วหาเงินจาก IAP ก็หาจากพวกนั้นไปก็ได้ แต่อย่างน้อยเกมเทพๆ อย่าง Dungeon Hunter หรือ Wild Blood พวกนี้ก็น่าจะยกเว้นไว้บ้าง กลุ่มลูกค้าหลักๆ ก็ต่างกันอยู่นะครับ ผมมองว่าการที่ Gameloft ทำกับ Dungeon Hunter สองภาคหลังเนี่ย มันเป็นการลดคุณค่าของเกมชัดๆ ทำให้เกมที่เล่นแล้วประทับใจ สนุกแบบที่สามารถเอากลับมาเล่นใหม่ได้อีกหลายรอบ กลายเป็นเกมที่แค่เปิดมาเล่นก็รู้สึกเซ็งๆ แล้ว (เพราะรู้ว่าเล่นไปมันก็ไม่เก่ง ไม่ผ่านด่านซะที) มันเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเกมไปไม่น้อยเลยทีเดียว

ทางเลือกที่ผมหวังจะได้เห็นมากที่สุดก็คือ เอา In-App Purchase ออกไปซะ แล้วหาทางหารายได้แบบอื่นแทน ผมเชื่อว่ามันมีทางออกที่ดีกว่านี้แน่นอนครับ และสุดท้ายผมก็ยังหวังจะได้เห็น Dungeon Hunter แบบเดิมๆ ของผมกลับมาอีกครั้งครับ

(ช่วงนี้อยู่กับบ้านว่างๆ เลยเหมือนจะติดเรื่องเกมมากไปหน่อย เดี๋ยวคราวหน้าจะมาเล่าเรื่อง PSP กับ 3DS ให้อ่านกันนะครับ ส่วนเรื่องอุบัติเหตุเดี๋ยวขอเอาไว้เล่าตอนหายดีก่อนละกัน เหอๆๆๆ)


09 เมษายน 2556

171 | ไฟล์ใหญ่ก็อปไม่ด้าย


  • เรื่องสั้น...
  • จะ Copy ไฟล์คอนเสิร์ตลง USB ไปดูในทีวีผ่านกล่อง meTV
  • ไฟล์เป็น mkv ขนาด 4.38 GB ส่วน USB ความจุ 16 GB
  • มันบอกว่าไฟล์ใหญ่เกินพื้นที่ว่าง Copy ไม่ได้
  • Format จนเกลี้ยงแล้ว Copy ใหม่ ก็ขึ้นเหมือนเดิม
  • ...เอาไงดีวะ
  • สรุป File System ใน USB เป็น FAT32 เหมือนว่าไฟล์ใหญ่เกิน 4 GB จะมีปัญหาประมาณนี้
  • ทางออกคือ Format USB เป็น NTFS โดยใช้คำสั่งนี้
  • CONVERT G: /FS:NTFS (G: คือ Drive ของ USB)
  • ฟิน :)