หน้าเว็บ

11 พฤษภาคม 2554

157 | Find My iPhone !!!

เคยเขียน Blog ครั้งแรกถึง iPhone ตอนที่เข้าไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก กับ iPhone 3G by Truemove ตั้งแต่ต้นปี 2552 จนถึงวันนี้ 2 ปีผ่านไป....

ผมมี iPhone ใช้แล้วครับ !!!

บางคนอาจจะคิดว่าผมบ้า แต่ความจริงแล้ว iPhone เป็นโคตรโทรศัพท์ในตำนานที่เชื่อว่าใครๆ ก็อยากได้ เมื่อก่อนผมเคยตั้งแง่กับ Apple Inc. มาก เพราะเห็นว่าเป็นบริษัทที่ขายของแพงแม่-งทุกอย่าง เคยคิดถึงขนาดว่าพวกที่ใช้แบรนด์นี้นี่ มีเงินอย่างเดียวคงไม่พอ 555555555

แล้วมันก็ทำให้ผมเข้าใจถึงคำว่า "สมราคา" เมื่อครั้งที่สินค้า Apple ชิ้นแรกเข้ามาอยู่ในบ้านผม นั่นก็คือ iPod Touch 4


ราคา 7,990 กับความจุ 8 GB ทำให้ผมคิดมากพอสมควร แต่พอได้มาใช้แล้วก็ยอมรับเลยครับว่า มันสมราคาจริงๆ ทั้ง Hardware และ Software (ความรู้สึกแรกตอนจับ iOS คือ "มันมี OS ที่ใช้ง่ายขนาดนี้ด้วยเหรอ !!??") ถึงจะเจ็บใจพอสมควรแต่ผมรู้สึกเลยว่า ทั้งคุณภาพของ App และ OS มันทำให้มองว่า iOS เหนือกว่า Android อย่างชัดเจน (ความรู้สึกเหมือนเอา Windows ไปเปรียบเทียบกับ Linux ยุคแรกๆ ยังงั้นเลย)

จนกระทั่งมาถึงวันที่ผมต้องตัดสินใจเลือกโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่มาใช้แทน Samsung Galaxy Spica ที่กำลังจะหมดอายุขัยไปด้วยวัยอันสมควรแล้ว ผมกลับมาพิจารณาตัวเลือกระหว่าง iOS และ Android อีกครั้ง

เปรียบเทียบ iOS กับ Android ในความเห็นส่วนตัว

Android
สิ่งที่ผมไม่ชอบ : Hardware Fragment มาก ซื้อมาไม่กี่เดือนตกรุ่น
สิ่งที่ผมรับไม่ได้ !! : Stock Android อัพเดท แต่ Vendor ไม่สน ลูกค้าต้องไปหา Custom ROM เอาตามมีตามเกิด

iOS
สิ่งที่ผมไม่ชอบ : App ดีๆ ส่วนใหญ่ต้องเสียตังซื้อ คนไม่มีบัตรเครดิตก็คงต้องแสวงหาวิธีซื้อกันเอาตามอัตภาพ
สิ่งที่ผมรับไม่ได้ !! : แพงมาก

เปรียบเทียบกันแล้ว สิ่งที่ไม่ชอบของ Android แก้ปัญหายาก เพราะจะมาตามเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ๆ ก็ไม่ไหว (จำได้ว่าตอนเปิดตัว Android ใหม่ๆ พวกเราดีใจมากเพราะเชื่อว่าราคามือถือจะต้องถูกลงเพราะมี OS ที่เป็น Open Source ให้เลือกใช้ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันผิดคาด รุ่นถูกกับรุ่นแพง EcoSystem ไม่เท่าเทียมกันเอาซะเลย) ส่วนสิ่งที่รับไม่ได้ก็คือเรื่องที่เราตามข่าวกันอยู่ว่า Android รุ่นใหม่ออกมาโครมๆ นับจากวันแรกที่ผมซื้อ Spica มา มันเป็น 1.6 พร้อมอัพเป็น 2.1 จนถึงวันนี้ Android ไป 2.3 แล้ว (2.4 เพิ่งจะ Preview คร่าวๆ กันเมื่อวานใน Google I/O 2011) แต่ Spica ของผมกลับเหมือนต้องหยุดเวลาไว้แค่ 2.1 เท่านั้น โชคดีเล็กๆ คือเรามี http://samdroid.net ที่เป็น Dev Community อยู่ แต่ก็อย่างว่าละครับ Custom ROM นั่นก็หมายถึงว่าเราต้องยอมรับปัญหาความไม่สมบูรณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย (ผมเคยบ่นไว้ใน Entry นี้)

มาเปรียบเทียบกับ iOS ปัญหาเรื่องราคา App จะว่าไปก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากมายครับ App ดีๆ ราคาไม่ถึง 40 บาท ไม่หนักหนาเกินกำลังจ่ายอยู่แล้วครับ (นักพัฒนาย่อมเข้าใจปัญหาเงินๆ ทองๆ พอกัน) แต่ตอนนี้ยังไม่มีบัตรเครดิต ไม่รู้จะซื้อ App ยังไง ช่องทางอื่นๆ อย่าง iTunes Gift หรือฝากซื้อ App ตามเว็บ ก็ถือว่าสะดวกนะครับ....แต่สะดวกน้อยกว่า JailBreak เยอะ !!

สุดท้ายก็มาที่เรื่องราคา สินค้า Apple นี่ก็ดีอย่างตรงที่ราคาไม่ลงตลอด Gen ครับ เข้าแถวซื้อวันแรกหรือจะซื้อตอนของล้นตลาดก็ราคาเดียวกัน แต่มัน แพง นี่สิ....ทำอกทำใจเรื่องเงินไปแล้วเมื่อเทียบกับ EcoSystem ที่จะได้รับ และอายุการใช้งานที่คงจะอยู่ได้นานเพราะไม่มีปัญหา Fragment แล้ว

...ผมตัดสินใจซื้อครับ

iPhone 4 Black 16 GB ศูนย์ DTAC พร้อมโปร iPhone M 580 บาท/เดือน
รวม 22,096 บาท


หวังว่าเราจะอยู่กันไปอีกนานๆ นะจ๊ะ :)

02 พฤษภาคม 2554

156 | Update Problem in Ubuntu 11.04

เพิ่งลง Ubuntu 11.04 (Natty Narwhal) แล้วมีปัญหา Update Package ไม่ได้ (ทั้ง Update Manager ทั้ง Ubuntu Software Center และ apt-get) ปวดหัวมากไม่รู้จะทำยังไง เพราะว่า WiFi ที่มหาลัยมีปัญหาว่า Firefox 4 มันมีปัญหากับ Certificates ก็จะ Crash ตลอด ก็เลยพยายามจะลง Chrome แต่ก็ลงไม่ได้สักที มันฟ้องว่า :

E: Encountered a section with no Package: header
E: Problem with MergeList /var/lib/apt/lists/บลาๆๆๆๆ
สุดท้ายไป Search เจอวิธีแก้ดังนี้ครับ

sudo mv /var/lib/apt/lists /var/lib/apt/lists-old
sudo mkdir -p /var/lib/apt/lists/partial
sudo apt-get update


ที่มา : Ubuntuclub Forums ซึ่งก็บอกว่าเจอมาจาก ที่นี่ อีกที

ตอนนี้กำลังพยายามทำความเข้าใจกับ Unity อยู่ครับ เหมือนจะใช้ง่าย แต่คงยังไม่ชินละมั้ง

แถม : Review Ubuntu 11.04 Natty Narwhal จาก Blognone ครับ

21 เมษายน 2554

155 | Add Contacts to Gmail

เพิ่งได้รับมอบหมายให้ทำการ Add E-Mail ของบุคคลเป็นจำนวนมากครับ

ปกติก็ไม่เคยมีกิจธุระอะไรที่ต้องส่งเมลหาคนเยอะๆ อยู่แล้ว ก็เลยไม่เคยลองทำเป็นกิจจะลักษณะ มาวันนี้จำเป็นต้องลองแล้ว ก็เลยคิดว่า มันน่าจะมีวิธี Add Contacts ทีละเยอะๆ อยู่ แล้วก็มีจริงๆ ครับ นั่นก็คือ Import จากไฟล์ CSV แต่ทว่าไฟล์ที่รับมานั้นเป็นไฟล์ DOC ครับ งึมมมมมม.....ทำไงดี

ลองผิดลองถูกตั้งนานจนสำเร็จครับ จริงๆ แล้วขั้นตอนไม่มีอะไรมากเลย (โคตรง่ายเลยดีกว่า) เลยต้องมาขอจดบันทึกไว้ซะหน่อย ขั้นตอนมีดังนี้ครับ

1. เพื่อความง่ายในการจัดการ Contact เราสร้าง Group ใหม่ขึ้นมาก่อนเลยครับ (Contacts > New Group...)


2. พอได้ Group แล้ว มาดูที่ปุ่มต่างๆ ด้านบน (ในตอนนี้ยังไม่มี Contact เลยสักชื่อใน Group นี้) ให้กดปุ่ม Add to "ชื่อ Group" จะมี TextField โผล่ออกมาครับ


3. แล้วก็พิมพ์ลงไปได้เลยครับ รูปแบบก็คือ ถ้าต้องการให้มีทั้งชื่อและ E-mail ให้ใส่แบบนี้ครับ

"ชื่อ"<อีเมล>
เช่น
"Chayan Nuntawong"<อีเมลของ Chayan>

ถ้ามีหลายชื่อให้คั่นแต่ละชุดของ Contact แต่ละคนด้วยเครื่องหมาย , ครับ


แล้วเราก็ทำแบบนี้ไปจนกว่าจะครบจำนวนที่ต้องการครับ ง่ายจัง !!

วิธีการ Add แบบนี้ไม่มีใน Help ของ Gmail นะครับ (เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษพูดถึงการ Add แบบ Import และ Add แบบทีละคน ส่วนเวอร์ชั่นภาษาไทย ไม่มีบอกอะไรเลย -_-) ที่มาของวิธีนี้ก็คือ ผมไปนึกถึงตอนส่งเมลหาหลายๆ คน ในช่อง To: มันมี Format แบบนี้ก็เลยลองดู ใช้ได้จริงๆ ล่วย เฮ้ !! V(OoO)V

17 มีนาคม 2554

154 | มีนาหนาวมาก !!

เริ่มพูดถึงเรื่อง Tsunami ที่ญี่ปุ่นก่อนครับ


ตอนที่ผมรู้เรื่องครั้งแรกคือ เมื่อวันศุกร์ตอนเที่ยงๆ ผมรู้สึกว่านอนไม่พอ เลยหาจังหวะแอบงีบที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะหลับก็เปิดดู sanook.com อ่านข่าวแป้ปนึง....ก็ไม่มีอะไรนะ ก็นอนไป

ประมาณบ่ายสาม ตื่นขึ้นมาเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก เห็น Notebook เปิดอยู่ก็ อืมๆ อ่านข่าวไรหน่อย พอเปิด sanook.com อีกที....อ่าวเฮ้ย Tsunami ???


ภาพวาดลายเส้นจาก INOUE TAKEHIKO ผู้เขียน Slam Dunk และ Vagabond ที่ทวีตออกมาในแท็ก #prayforjapan ขอให้ชาวญี่ปุ่นที่กำลังประสบภัยอยู่ในตอนนี้ จงสู้ต่อไปครับ !!!

ต่อมาในสัปดาห์นี้ชาวเมืองเราก็ประสบเหตุกันไปตามๆ กันนะครับ กับบรรยากาศฝนโปรยกระหน่ำที่เริ่มมาเมื่อวันก่อนแล้วก็ยิงยาวต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ยอมหยุดตกกันง่ายๆ แถมพาเอาลมหนาวแบบสุดขั้วหัวจิตหัวใจมาเป็นของแถมกันอีก อากาศตอนเที่ยงๆ นี่เย็นเฉียบยังกะอยู่บนยอดดอยปุย ไม่ต้องพูดถึงอากาศตอนกลางคืนที่หนาวสะท้านกันถึงขนาดต้องเรียกหาผ้าห่มเบียร์ช้างกันเลยทีเดียว !! นี่มันอาเพศอะไรกันฟะ !!??

จะต้องเล่าเท้าความไปถึงคืนวันอังคาร บรรยากาศก็ครึ้มๆ อยู่ตอนค่ำ ผมนั่งทำงานอยู่ที่ ม.คนเดียวทั้งตึก ตั้งใจว่าจะเอาให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับแต่ก็ไม่อยากอยู่ดึกมากเพราะเริ่มไม่สบาย (เจ็บคอ) พอประมาณ 5 ทุ่มเสร็จงานกำลังจะกลับบ้าน อ้าว ! ฝนตก ตกปรอยๆ นะครับ ถ้าเป็นปกติผมก็ขี่มอไซค์ฝ่าฝนกลับไปแล้ว แต่วันนั้นไม่อยากเสี่ยงอาจจะล้มป่วยอย่างหนักได้ ก็เลยทำใจนั่งดู Youtube รอฝนหยุดต่อไป...

อาห์...เที่ยงคืนเข้าไปแล้ว ฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ยังไงดีวะเนี่ยเรา << ขณะที่กำลังคิดแบบนี้อยู่ เหมือนฟ้าฝนจะเป็นใจกลัวจะกลับบ้านดึกพักผ่อนน้อย พรึบ อ้าว.. ไฟดับบบบบ

ดับสนิททั้งมหาลัยครับ มืดสนิทจริงๆ รอบตัวผมมีแค่แสงจากหน้าจอคอม และเสียง UPS ร้อง ปี๊ปๆๆๆๆ แค่นั้น ตอนนั้นก็คิดแล้วว่าเอ เอาไงดีวะชักกลัวๆ แต่จะกลับก็ไม่รู้จะกลับยังไง เลยออกมาหน้าห้องดูบรรยากาศหน่อยซิ แล้วค่อยวางแผนตัดสินใจอีกที

เปรี้ยงงงงง

เห็นแสงสีส้มวาบขึ้นบริเวณถนนหน้า ม. พร้อมเสียงดังสนั่นครับ พอแล้ว !! ไม่ดงไม่ดูไรแล้ว มีร่ม CAT คันนึงอยู่ในห้อง เอากางกันละอองฝนกลับบ้านก็ได้วะ มั้นใจแล้วว่ายังไงไฟมันไม่ติดภายในคืนนี้แหงๆ

สุดท้ายก็คือผมลองกางร่มขี่มอไซค์ออกมา แต่ไปได้ไม่เท่าไรครับเพราะว่าลมแรงมาก ร่มมันก็พลิกขึ้นอยู่นั่นเอง สุดท้ายก็ยอมหักใจว่า ช่างแม่-ง หุบร่มบิด 60 ฝ่าลมฝนกลับบ้านมันทั้งยังงั้นละวะ ถุยชีวิต 5555


ภาพข้างบนนี่คือสภาพวันรุ่งขึ้นครับ คือไฟฟ้ายังดับต่อเนื่องมาอีกทั้งวันจนมาติดเอา 3 ทุ่มโน่น สาเหตุสำคัญเลยก็คือเสาไฟฟ้ามันโค่นลงมาครับ แถมที่น่าตกใจคือโค่นลงมาทับศาลพระพรหมที่อยู่คู่มหาลัยมานาน พังซะอย่างที่เห็นในภาพ ศิษย์เก่าอย่างผมมาเห็นตอนแรกยังอึ้ง ถ่ายรูปมือสั่นเลยละครับ

จนถึงตอนนี้สายฝนและอากาศหนาวเย็นก็ยังไม่ยอมยุติลงง่ายๆ ปล่อยให้มนุษย์อ่อนแอผิวบางไขมันหนาอย่างเราต้องทนป่วยทนหนาวกันต่อไป ณ นาทีนี้บอกได้คำเดียวว่า โคตรเบื่อครับ อยากเห็นแดด !!!

19 กุมภาพันธ์ 2554

152 | ขอแพล่ม (อีก) ซักนิด

ตอนนี้กำลังฟังเพลงนี้อยู่


ไม่เกี่ยวกับความหมายนะ จริงๆ แล้วตอนนี้เบื่อเสียงเฮียแกแล้วด้วย (เสียงแม่งอ้อนๆ ไงไม่รู้ 55555) แต่เพลงนี้ทั้งเพลงชอบท่อนเดียว "เพลง...รักเก่า วันนี้ไม่ได้ทำให้ฉันเศร้า แต่ทำให้นึกถึงเรื่องของเรา...เหล่านั้น" คือรู้สึกว่าท่อนนี้มันร้องได้พอดีกับอารมณ์ของเพลงมากเลยง่ะ ถ้าเนื้อเพลงมันไม่เศร้านี่จะขอมาทำ Ringtone แล้วแหละ

ข้อสอบวิชา Distributed System and Network ออกไปได้ 20% แล้ว...มีแต่ Network อย่างเดียวเลย เพราะว่าเด็กๆ ต่อรองกันไว้แล้ว อีกอย่างเราก็ว่า DS มันยากจริงๆ ด้วยแหละ สอนไปก็เบื่อไป ตั้งใจว่าคืนนี้จะออกข้อสอบให้เสร็จทั้ง 4 วิชา ไม่รู้จะได้นอนกี่โมง

เมื่อกี้ว่าจะพูดถึง Twitter Client ตั้งแต่แรกที่เราใช้ Twitter มา ก็ทวีตผ่านหน้าเว็บมาตลอด จนมาใช้ echofon บน Firefox สักพัก พอเห็นกระแสเซเลบเขาเล่น Seesmic กันเลยเอามั่ง พอเห็น อจ.โอมเปลี่ยนมาใช้ TweetDeck ก็เลยเปลี่ยนอีก ไปๆ มาๆ กลับมาใช้ echofon เหมือนเดิมเพราะว่าไม่อยากเปลี่ยนหน้าจอไปมาบ่อยๆ (รำคาญ) ตอนนี้เปลี่ยนจาก Firefox มาใช้ Chrome ได้หลายเดือนละ ก็เห็นเด็กปี 4 ใช้ Yoono กันก็เออ เอามั่งวุ้ย สะดวกดีเหมือนกันไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา จนมาถึงยุคของ Chrome Web App นี่แหละที่ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ Hootsuite แล้วก็ยังใช้มาจนถึง ณ บัดนาว


ตอนนี้ตาฉันคล้ำพอๆ กะแกแล้วว่ะ

ยอมรับว่า Hootsuite มันพอดีสำหรับเราจริงๆ ตอนนี้ใช้ทั้งใน PC แล้วก็มือถือ, iPod ด้วย.....ลืมเล่าเรื่องไปซื้อ iPod มา 5555555 เอาไว้คราวหน้า

พูดถึง Twitter Client ที่ใช้บนมือถือ (android) ก็มีหลายตัว อย่างตอนแรกใช้ Twitter for Android ตัว Official เลย ...แต่มันห่วยจนไม่เกิดประโยชน์จริงๆ เลยลบออก เปลี่ยนไปจนเจอ Twicca ตัวนี้ใช้นานอยู่ เห็นชื่อคนทำเหมือนจะเป็นญี่ปุ่น ชอบ Feature มันหลายอย่าง จนมาหลงกระแส Tweetdeck for Android ที่เปิดตัวซะครึกโครมเลยไปลองใช้ดูมั่ง แต่ก็ใช้ได้ไม่ทนจนกลับมาหา Twicca อีกจนได้ มาถึงล่าสุดตอนนี้ก็ใช้ Hootsuite ครับ อ่อ...พวก Uber~ อะไรพวกนี้ที่ชาว BB เขาใช้กัน (OS อื่นก็มี) ผมโคตรเกลียดเลยครับ

...4 ทุ่มครึ่งแล้วพี่น้องครับ มัวแต่เขียน Blog เล่นงานยังไปไม่ถึงไหนเลยครับ ดีนะยังห่าง Deadline อยู่บ้างไม่งั้นป่านนี้ไปนั่งร้องไห้หน้าห้องภาคแล้วครับ 5555555555555+

ตอนนี้ผมกำลังนึกข้อสอบไป เขียน Blog ไป ดูนู่นนี่นี่นั่นไป สลับไปสลับมา เลยพาลนึกถึงฉากแรกๆ ในเรื่อง The Social Network ที่ Mark กลับมานั่งทำนู่นนี่ไปพลางพร้อมกับเขียน Blog (อย่างรวดเร็ว) ไปพลาง


หลังจากกลับจากเดทกับแฟนในฉากนี้แล้ว (คุยกันโคตรไวแปลซับไม่ทันวุ้ย)

Mark ในหนังเขียน Blog ไวมาก แถมเขียนเป็น HTML มิได้ใช้ WYSIWYG แต่อย่างใด (ไม่รู้ว่ามันเวอร์ไปป่าวแต่คนจริงๆ ก็คงทำกันได้แหละ) อารมณ์ประมาณเขียน Microblog เลย ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงเป็นว่า Mark แกทวีตด่าแฟนแทนละมั้ง (แต่ละประโยคใน Blog ที่แกเขียนในหนังนี่คมๆ ทั้งนั้นเลย ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงโดน RT กันอีกเป็นหางว่าว)

เออ...เมื่อกี้พูดถึง android เลยยังไม่ได้บอกเลยว่าตอนนี้ก็ยังใช้ Spica อยู่นะครับ แต่รายละเอียดปลีกย่อยยังมีอีกเยอะ เดี๋ยว Swap ไปทำข้อสอบต่อก่อนดีกว่า ถ้ายังไม่หมดฤทธิ์จะมาแพล่มต่อไป ครับ !!

151 | ขอแพล่มซักนิด

เอิ่ม...ตอนนี้จริงๆ ผมกำลังออกข้อสอบปลายภาค 4 วิชาอยู่ครับ

แต่สงสัยจะวิ้งๆ แล้ว เริ่มเรียบเรียงข้อมูลในหัวไม่ถูกเลยคิดว่าน่าจะมาพิมพ์ๆ อะไรไว้บ้าง...

ปกติถ้ามีอาการแบบนี้ผมจะไปพ่นไว้ใน Twitter แต่วันนี้อยากมาพ่นใส่ Blog ที่ดองจนบูดนี้แหละ...ดองนานจริงๆ นะแบบว่าอีกสัก 10-20 ปีข้างหน้าถ้าลูกหลานมาอ่านนี่คงจะต่อเรื่องกันไม่ถูกเลยแหละว่า อ้าว มันหายไปไหนแล้วมันไปทำอะไรมาบ้างวะ เดือนนึงเขียนเรื่องนึง ทีเมื่อก่อนเขียนเดือนละเป็นสิบ 555555555+

ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีผมทำอะไรอยู่หรอครับ...ก็นึกข้อสอบที่จะออก (ถ้าเอาแบบละเอียดเลยก็คือวิชา Distributed System and Network) แล้วก็เปิด Youtube หาเพลงพี่เบิร์ดเก่าๆ ฟังไปด้วย ตอนแรกไม่ได้ซีเรียสว่าต้องเป็นพี่เบิร์ดหรอกครับ คือมีคนโพสต์เพลง "ใจบางบาง" ไว้ใน facebook แล้วพอไปฟังแล้วเกิดคิดถึงอารมณ์เพลงเก่าๆ ขึ้นมา (เพลงที่โพสต์นั่นเป็นเวอร์ชั่นโจ้วงพอสร้อง แต่ Original ไม่รู้ของใคร) แล้วจู่ๆ เนื้อเพลงที่มีอยู่ว่า "...ความหวังยังเกิดกับฉัน..." มันก็แวบมาในหัว

คือมันเป็นท่อนที่ติดตรึงในหัวมากครับ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นคำที่..เท่ แบบโบราณๆ ยังไงไม่รู้ดิ ...ที่คล้ายๆ กันก็อย่างเช่น "...ความจริงใจที่มีดั่งราตรีมีเพียงแสงจันทร์..." (ชาตรี), "...ฉันรู้ความรักยากอธิบายแต่ความรักจริงมั่นคงมิหน่าย..." (แกรนด์เอ็กซ์) สมัยนี้หายากแล้วนะครับเอ้อ เนื้อเพลงที่มีกลิ่นอายโบราณๆ แบบนี้ฟังแล้วมีเสน่ห์นักแล

สรุปว่านึกชื่อเพลงไม่ออกเลยไป Search จนเจอ มันคือเพลง "เหมือนเป็นคนอื่น" นั่นเอ๊ง



เก่าโคตรแต่เกิดทัน

เหลือข้อสอบอีกวิชานึงที่ยังไม่ได้ออกก็คือ Multimedia Technology ครับ เออวิชานี้ผมสั่ง Final Project ให้ไปเขียน Blog กับ blogger.com ด้วยนะ (เด็กสาขา ICT ปี 1) ตั้งโจทย์ให้สมัครแล้วเข้าไปเขียนทุกวันๆ ละอย่างน้อย 1 เรื่อง....ดูอาจารย์มันสิเคยเขียนมั่งเปล่า

ช่วงนี้มีเทคโนโลยีหลายอย่างที่เริ่มไม่ค่อยสนใจแล้วก็ตัดๆ ทิ่งออกไปบ้างละ อย่าง Picplz ที่สมัครไว้ ก็เห็นมีคนมา Follow หลายคนแล้ว แต่จริงๆ หลังจากสมัครแล้วก็อัพไปรูปเดียวแล้วก็ไม่ได้แตะมันอีกเลย...คือตอนแรกนึกว่าเหมือน Pixelpipe แต่ไม่ใช่นี่หว่า แถมพอให้ facebook ดึงมาแสดง กลับได้เป็นรูปเล็กๆ ซะอีก (จะดูรูปใหญ่ก็ต้องคลิกเข้าไปอีก) ยุ่งยากนักเลิกใช้แม่-มเลย

เคยคิดว่าพวกเซเลบที่เขาใช้ Social Network เยอะๆ นี่เขาบริหารเวลากันยังไงนะ อย่างบางคนเห็นทวีตทั้งวัน / อัพรูปทั้งวัน / Foursquare อีก / หรืออาจจะมีอย่างอื่นที่เราไม่รู้อีก ฯลฯ เขาเอาเวลาที่ไหนมาอัพเดทกันได้ขนาดนี้นะ เรานั่งทำงานหน้าเครื่องทั้งวัน (ยกเว้นตอนไปสอน) จะเปิด Twitter Client มาทวีตสักประโยคยังขี้เกียจเลย หรือเวลาออกไปข้างนอกแล้วเล่นผ่านมือถือ เต็มที่เราก็ได้แค่อัพรูป / Check-in แค่นั้น !!! เคยลองทวีต+อัพรูป+อื่นๆ ผ่านมือถือเวลามี Event หรือไปงานสำคัญๆ หน่อย ปรากฏว่าเวลาที่เราจะเอาไว้ฟังเขาพูดหรือร่วมกิจกรรมกะชาวบ้านเขา หมดไปกับการทวีตผ่าน Keyboard น้อยๆ ไปหมดแล่ว -_-"

จำได้ว่า @iannnnnn เคยบอกว่า Twitter เนี่ยมันก็ดีอย่างตรงที่เราสามารถฟัง-แล้วเอามาสังเคราะห์-แล้วส่งต่อได้ในเวลาอันสั้น แถมจำกัดความยาวไว้ที่ 140 ตัวอักษรด้วยนะ มันหมายความว่าเวลาเราฟังวิทยากรพูดยาวๆ สัก 1 นาที ถ้าเราจะทวีตเรื่องนั้นออกไปเราก็ต้องทำให้มันเข้าใจได้ใน 140 ตัวอักษรนั่นแหละเจ๋งเลย ผมลองทำๆ ดูแล้วมันก็ดีเหมือนกัน เหมือนกับว่ากระบวนการคิดและการสื่อสารเรามันดีขึ้น ฟังแล้วจับใจความแล้วพูดต่อได้โดยที่ไม่ได้แปลงสาร

แต่กระนั้นก็เหอะ...พวกสูทำกันไปได้ยังง๊ายยยยย ??? ถ้าวันนึงทำงาน 8 ชั่วโมง อาจจะตีเป็นเวลาทวีตไปซักวันละ 1 ชั่วโมง ซึ่งไอ้ 1 ชั่วโมงนี่มันก็ปนๆ กันอยู่ในเวลาทั้งวันของเรา แสดงว่าเราก็ต้อง ทำงานไป-ทวีตไป หรือถ้าเป็นวันหยุดหรือเวลาเลิกงานก็ดูทีวีไป-ทวีตไป / เดินห้างไป-ทวีตไป / คุยกะแฟนไป-ทวีตไป ....โอวววห์ ยอด

รู้สึกว่าเขียน Entry นี้มายาวไปหน่อยละ ขอสลับไปออกข้อสอบต่อดีกว่า ถ้าตื้อแล้วจะมาเขียนตอนต่อไปจ้ะ.

15 มกราคม 2554

150 | แอบปลื้ม (ภาค 2)

วันนี้อยากเขียน Blog ซะงั้นครับ 555555

คือเมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้รับแผ่นพับงานตรุษจีนของปีนี้มาครับ

นั่งอ่านๆ ไปก็คิดถึงเรื่องเก่าขึ้นมาว่า เอ ปีนี้เขาจะเอารูปที่ไหนมาตกแต่งแผ่นพับนะ ก็เลยสังเกตรายละเอียดดู แล้วก็เจอจริงๆ ครับ !!



ด้านซ้ายคือของปีที่แล้ว ด้านขวาคือของปีนี้ครับ
(ขออภัยไม่ได้ถ่ายภาพแผ่นพับแบบเต็มๆ มาด้วย)

เผื่อผู้อ่านไม่เคลียร์ รูปสิงโตฮากกากับรูปเสือไหหลำด้านบนนี้ เป็นการถ่ายภาพด้วยสองมือของผมเองครับ ซึ่งได้ถ่ายไว้ด้วยกล้องคอมแพคยี่ห้อ Samsung อันแสนจะธรรมดา แล้วผมก็อัพขึ้น Blog ตามติดตรุษจีนนครสวรรค์ ปี 52 (เว็บนี้) โดยไม่ได้คิดจะใส่ลายน้ำหรือจะประกาศลิขสิทธิ์ใดๆ ซึ่งก็เป็นที่เหนือความคาดหมายเพราะมันได้ไปปรากฏอยู่ในแผ่นพับประชาสัมพันธ์งานตรุษจีนในปีต่อมา (ปี 53) !!??


มันไปได้อย่างไรก็ไม่ทราบได้ แต่ที่ผมฮาคือภาพมันก็ไม่ได้สวยคมอะไรมากมาย ทำไมเขาถึงเลือกใช้ภาพเหล่านี้ ? หรือว่าบังเอิญ Search ไปเจอเลยเอามากันง่ายๆ ซะงั้น ?? จริงๆ แล้วผมก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอะไรหรอกนะครับ (ออกจะภูมิใจด้วยซ้ำ) แต่อีกใจนึงก็นึกเป็นห่วงการทำงานของผู้รับผิดชอบว่า มันง่ายไปหรือเปล่า ?? ตรุษจีนปีนึงๆ แต่ละคืนคนมาเที่ยวงานกันเป็นพันนะครับ แถมคนพกกล้องก็มากมายถ่ายกันให้แวบวาบไปหมด มันจะหาภาพดีๆ มุมสวยๆ ความละเอียดกันสูงๆ เอามาใช้ในงานเป็นจริงเป็นจังกันไม่ได้เลยเชียวฤา ????

หนึ่งปีผ่านไป ทั้งกระแสกล้อง DSLR ทั้ง Multiply ทั้งกระแสจัดทริป ตั้งชมรม ฯลฯ มากมาย ผมก็คาดหวังว่า ทั้งแผ่นพับและป้ายคัตเอาท์ปีนี้ น่าจะมีภาพแบบสวยๆ มุมกล้องสุดแนว โลมงโลโมอะไรปรากฏขึ้นมาให้ชื่นใจวัยรุ่นบ้าง ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ผมและชาวปากน้ำโพวัยละอ่อนอีกมากมายคงดีใจกันไม่น้อย

แล้วมันก็กลับมาอีกครั้ง...

ที่เขียน Entry นี้ไม่ได้โชว์พาวหรือต้องการเครดิตอะไรนะครับ ยังคงแอบปลื้มเล็กๆ อยู่เช่นเคย 5555