หน้าเว็บ

02 กุมภาพันธ์ 2552

050 | เงินกับอนาคต

... วันนี้นอนไม่หลับครับ สงสัยนอนมาทั้งวันแล้ว
มานั่งคิดๆ ถึงอดีต และอนาคต จนถึงวันนี้ ผมจบปริญญาตรี แล้วก็ทำงานมาได้ 4 ปีแล้ว
แต่ยังรู้สึกว่าตัวเองยังไปไม่ถึงไหนเลย เหมือนกับว่าที่ผ่านๆ มา กินๆ เที่ยวๆ เล่นๆ ไปเรื่อยๆ มานานเหมือนกัน แถมยังไม่เคยคิดถึงอนาคตอีกด้วย

อันที่จริงแล้ว เมื่อก่อนผมเคยมีความคิดว่า เงินทองจะมีมากน้อยมันไม่สำคัญ เท่ากับการที่เราได้ใช้ชีวิตให้คุ้มค่ากับเวลาที่มีอยู่

ผมทำงานครั้งแรกในชีวิต ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่พัฒนาระบบงาน หรือจริงๆ ก็คือโปรแกรมเมอร์ รับเงินเดือน 8,000 บาทถ้วน
ช่วงแรกๆ เงินเหลือใช้ครับ ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เลยซื้อของเล่นสะสมซะเยอะ (พวก Figure ตัวละ 1,000-2,000) แล้วก็สะสม DVD หนัง แบบว่าซื้อทุกวัน วันละแผ่นสองแผ่น ขนาดนั้น

ทำงานไปไำด้เกือบปี ก็เปลี่ยนงานมาเป็นอาจารย์ รับเงินเดือนน้อยลงมาหน่อย ประมาณ 7,000 กว่าบาทตามวุฒิ
ก็ยังถือได้ว่าสบาย ไม่เคยต้องลำบากเรื่องเงิน แถมช่วงแรกๆ ผมสอนภาคบ่าย, ภาคเสาร์อาทิตย์ ได้ค่าสอนเพิ่มอีก บางทีก็ไปเป็นวิทยากรตามโรงเรียน ได้ค่าวิทยากรอีกไม่น้อย รวมๆ แล้วมีรายรับเฉลี่ยเดือนละเป็นหมื่น อยู่ได้สบายครับ
(จำได้ว่าช่วงนั้นยังเคยบ่นถึงพวกเพื่อนๆ ที่ไปทำงานกรุงเทพฯ ว่าเงินจะไปพอใช้ได้ยังไง อยู่บ้านเรานี่แหละสบายสุดแร้ว)
จนเป็นอาจารย์มาได้ 1 เทอม ผมก็ต้องไปเรียนต่อปริญญาโท ซึ่งผมเลือกเรียนภาคพิเศษ (เรียนเสาร์-อาทิตย์) เพราะไม่อยากเสียงานที่ทำอยู่ และก็ไม่อยากออกมาเรียนเฉยๆ อย่างเดียวเพราะเกรงจะเป็นภาระทางบ้าน
คราวนี้แหละครับที่ภาวะเงินฝืดเริ่มก่อตัว เพราะว่าผมไม่ได้สอนภาคเสาร์-อาทิตย์อีก รายได้ก็เลยหายไปส่วนหนึ่ง (แต่บางเทอมยังได้สอนภาคพิเศษที่ต้องขับรถไปสอนตามอำเภอต่างๆ เอง ซึ่งรายได้จุดนี้ผมไม่เคยนับเพราะถือว่าไปสอนเพราะอุดมการณ์ 5555+) แถมภาคบ่ายก็ไม่มีนักศึกษาให้สอนอีก รายรับก็เลยเหลือแต่เงินเดือนเพียวๆ
ไอ้การไปเรียนโทที่มหาวิทยาลัยที่อยู่คนละจังหวัดนี่เสียค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ ไปๆ มาๆ เงินเดือนผมกลับไม่พอใช้ ต้องพึ่งพาเงินทางบ้านช่วยเหลืออยู่เป็นระยะๆ ซึ่งก็พอฝืนๆ ให้ผ่านไปในแต่ละเดือนได้บ้าง

เป็นอาจารย์มาได้ 2-3 ปี เงินเดือนผมก็ขึ้นมาเรื่อยๆ ตามผลงาน (ซึ่งก็เข้าใจครับว่าผลงานผมไม่ค่อยน่าชื่นชมเท่าไร) ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 8,800 บาท แต่รายจ่ายกลับมากขึ้นครับ
จริงๆ มันก็เป็นเพราะตัวเองนั่นแหละ เพราะว่าช่วงปีที่แล้วผมติดเที่ยวมาก ใช้เงินยังกับเศษกระดาษ แต่ละเดือนต้องมีปาร์ตี้เมาเละกับเพื่อนๆ น้องๆ ไม่น้อยกว่า 4-5 ครั้ง บางคืนหมดไป 2-3 พันก็มี (คนเมามักจะขาดวิจารณญาณในการใช้เงิน) เพิ่งจะมาเบานิสัยเสียนี้ได้ก็ช่วงปลายปีที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็เท่านั้นแหละครับ ข้าวของมันแพง ค่าครองชีพสูงขึ้น ยังไงเงินก็ไม่พอใช้อยู่ดี ... แปลกดีนะครับ เงินเดือนยิ่งขึ้นยิ่งไม่พอใช้ 55555+

เดือนนี้รัฐบาลช่วยค่าครองชีพให้กับลูกจ้างรัฐเดือนละ 1,500 บาท ผมก็ได้กับเขาด้วย (แต่ได้ถึงแค่เดือนมิถุนายน) ดังนั้นเดือน ม.ค.นี้ เงินเดือนผมเลยแตะไปที่ 10,000 นิดๆ เป็นครั้งแรกในชีวิตนับแต่ทำงานมา

ไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกนี้ยังไงดี บางคนในวิชาชีพเดียวกันที่ทำงานเงินเดือน 10k-30k มาอ่านคงจะขำกลิ้งกับความเห่อเพดานเงินเดือนอันน้อยนิดของผม แต่สำหรับผมแล้วมันคือความภูมิใจครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันเป็นเงินที่ได้มาจากการประกอบอาชีพครู ซึ่งผมภูมิใจกับมันอย่างมากถึงมากสุดๆ นับตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน จนถึงวันนี้

เคยมีเพื่อนๆ น้องๆ และญาติๆ หลายคนถามผมว่า ทำไมไม่ไปทำงานกรุงเทพฯ รับเงินเดือนที่มันสูงกว่านี้
ผมเชื่อว่าผมทำได้ครับ ไม่ใช่คิดว่าตัวเองเก่ง แต่ก็มั่นใจว่าวิชาชีพที่เรียนๆ มาก็ไม่ถึงกับทำอะไรไม่เป็นเลย
แต่มีเหตุผลที่ไม่อยากไปครับ
เมื่อก่อนผมจะบอกว่า ผมไม่อยากไปทำงานที่อื่น เพราะอยากอยู่บ้าน (ผมเป็นลูกคนเดียว)
แต่ถ้าเป็นตอนนี้ ผมมีอีกเหตุผลหนึ่ง ก็คือ ผมรักที่จะเป็นครู และไม่อยากจะไปทำอาชีพอื่นแล้วถ้าเป็นไปได้
ตั้งแต่นั้นมาผมเลยยืนยันคำเดียวครับว่า ไม่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องเงิน มันเป็นประเด็นรองครับ
แต่ประเด็นหลักคือ ผมจะทำงานในอาชีพนี้ต่อไป จนกว่าจะโดนไล่ออกสักวันนั่นแหละครับ (ซึ่งก็คงเป็นไปได้ไม่ยากเหมือนกัน เหอๆๆๆ)

สรุปแล้ว เรื่องเงิน ณ วันนี้ เป็นเรื่องที่ผมต้องเอาใจใส่กับมันเพิ่มขึ้นอีกนิดแล้วครับ แต่มันจะไม่ใช่เรื่องที่จะมาทำให้อนาคตของผมไปต่อไม่ได้แน่นอน .. ผมพยายามบอกกับตัวเองไว้อะนะครับ

เขียนเพ้อมาเยอะแล้วรู้สึกว่าต้องนอนเสียที พรุ่งนี้ต้องไปสอนอีก ขอตัวไปนอนก่อนดีกว่าครับ.

30 มกราคม 2552

049 | ปิดฉากตรุษจีนนครสวรรค์ 2552

สิ้นสุดกันไปแล้วเมื่อวานนี้เอง สำหรับงานใหญ่ในเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพนครสวรรค์ 2552
ก็คือพิธีแห่กลางวันรอบตลาดครับ

หลังจากนี้ก็จะกลับมาเขียน Blog เดิมต่อละ หลังจากที่เว้นไปเกือบครึ่งเืดือนเต็มๆ
Entry นี้เลยขอประมวลภาพงานตรุษจีนปีนี้แบบรวมๆ
จาก http://nsfest2009.blogspot.com มาให้ดูกันครับ













16 มกราคม 2552

048 | ตามติด ตรุษจีนนครสวรรค์ 2552



ช่วงเดือนมกราคมนี้ ขอพักการอัพเดท Blog ไปก่อนนะครับ
เพราะตอนนี้ผมกำลังเขียน Blog เฉพาะกิจอีกอันนึงร่วมกับ Joice ที่สานต่อจากงานเมื่อปีก่อน

"Blog ตามติด ตรุษจีนนครสวรรค์ 2552"
http://nsfest2009.blogspot.com

ปีนี้ตั้งใจว่าจะทำให้ดีกว่าที่เคยทำเมื่อคราวที่แล้ว
(ตามติดตรุษจีนนครสวรรค์ 2550 : http://nsfest.blogrevo.com ซึ่ง Host ปิดให้บริการไปแล้ว)
ยังไงก็ขอฝากให้ช่วยติดตามผลงานกันด้วยนะครับ

09 มกราคม 2552

047 | Truemove's iPhone 3G

ผมโดน Truemove โทรมาแนะนำ iPhone 3G และโปรโมชั่น ประมาณ 2-3 ครั้งในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
ซึ่งทุกครั้งผมก็จะพูดเหมือนกันว่า ดูจากในเว็บแล้ว รู้สึกว่าโปรฯ แพงเกิน, จะมีโอกาสปรับลดค่าโปรฯ ในอนาคตมั้ย, อยากได้แต่แพงไปซื้อไม่ไหว ฯลฯ
คำตอบก็คือ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลบนเว็บไซต์ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงค่ะ

iPhone เป็นโทรศัพท์ที่ผมวาดฝันว่าอยากได้มานานแสนนานแล้ว เคยไปเดินดูเครื่องปลดล็อคที่วางขายอยู่ MBK จนเกือบจะกดเงินซื้อหลายทีแล้ว แต่ก็ยังอดใจไว้เพราะรอว่า ซักวันคงมีแบบลิขสิทธิ์เข้ามาขาย

แต่พอวันนั้นมาถึงจริงๆ ผมก็ต้องทำใจละครับ ว่าคงไม่มีปัญญาแบกภาระค่าใช้จ่ายสำหรับโทรศัพท์สุดหรู ภายใต้เครือข่ายที่มีปัญหามากที่สุดในประเทศไทยไปจนถึง 2 ปีหรอกครับ ยิ่งราคาเครื่องเปล่า (ที่ขายให้สำหรับพนักงาน) ก็ยังราคาแพงกว่า Notebook ที่ผมเพิ่งซื้อมาเดือนก่อนซะอีก

เสียดายอะไรหลายๆ อย่างกับ iPhone และ Truemove ครับ

08 มกราคม 2552

046 | R.I.P. ไมเคิล ไรท



(ข่าวจาก
http://www.matichon.co.th/prachachat/news_title.php?id=7963)


“ไมเคิล ไรท์” ฝรั่ง หัวใจไทย นักคิด- นักเขียนหนังสือด้านประวัติศาสตร์ไทย ประจำนิตยสารศิลปวัฒนธรรมและมติชนสุดสัปดาห์ เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็งปอดอย่างสงบที่โรงพยาบาลกรุงเทพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 มกราคม นายไมเคิล ไรท์ นักคิด นักเขียน คอลัมนิสต์ชื่อดัง ซึ่งเขียนคอลัมภ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย และลงนิตยสารศิลปวัฒนธรรม เครือบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด อย่างสงบที่โรงพยาบาลกรุงเทพ รวมอายุ 68 ปี

สำหรับพิธีศพนั้น รดน้ำศพ เวลา 16.30 น. วันที่ 8 มกราคม 2551 ณ ศาล 3 วันเสมียนนารี ประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. สวดพระอภิธรรม วันที่ 8 -12 มกราคม เวลา 19.00 น. ฌาปนกิจ วันอังคารที่ 13 มกราคม เวลา 15.00 น.

“ไมเคิล ไรท์” (Michael wright) หรือ ที่รู้จักกันดีในนาม ไมค์ มีชื่อไทยว่า นายเมฆ มณีวาจา เกิดเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ.2483 ที่เมืองเซาแธมตัน ทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษ จบการศึกษาที่ St.Michaels College ,Hitchin ,Herts,U.K. โดยเขาเดินทางเข้ามาอยู่ประเทศไทยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1961 (พ.ศ.2504) และสนใจ เรียนภาษาไทย วัฒนธรรมไทยและโบราณคดี โดยอาศัยการศึกษางานประพันธ์ของอาจารย์ อนุมานราชธน, ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช และหนังสือ สารสมเด็จ

สุจิตต์ วงษ์เทศ ผู้ก่อตั้งศิลปวัฒนธรรม ได้เขียนถึง ไมเคิล ไรท์ ลงในคำนำเสนอ หนังสือ “ฝรั่งคลั่งสยาม นามไมเคิล ไรท์” ว่า ตนและไมเคิล ไรท์ รู้จักและสนิทสนมกันจากการที่นัดถกกันเรื่องแคว้นสุโขทัยและศิลาจารึก ที่ร้านเหล้าริมถนนราชดำเนินเป็นประจำ ต่อมาจึงได้ชวนไมเคิล ไรท์ ให้มาเป็นหนึ่งในผู้เขียนคอลัมภ์ลงนิตยสารศิลปวัฒนธรรมฉบับปฐมฤกษ์ ซึ่งออกเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2522 โดย ไมเคิลไรท์ ได้เขียนบทความเรื่องส้วม เป็นบทความแรกในงานเขียนของเขา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไมเคิล ไรท์ ก็กลายเป็นคอลัมนิสต์ประจำนิตยสารศิลปวัฒนธรรม มาจนถึงปัจจุบัน และมีงานเขียนลงในมติชนสุดสัปดาห์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2543

สุจิตต์ เล่าถึงประวัติของไมเคิล ไรท์ ในคำนำหนังสือดังกล่าวต่อว่า ไม เคิล ไรท์ เป็นชาวอังกฤษที่ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย เพระไม่ชอบห้องเรียน แล้วหนีออกจากบ้านตามประสาลูกฝรั่งวัยรุ่น ร่อนเร่ไปรับจ้างทำงานอยู่ลังกา จนเข้ามาเผชิญโชคในกรุงเทพฯ ท้ายที่สุดก็ได้งานเป็นเจ้าหน้าที่ ฝ่ายแปลเอกสารที่ธนาคารกรุงเทพ เมื่อพ.ศ.2513 ปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศ อยู่ประจำศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาผ่านฟ้า นั่งทำงานห้องเดียวกับเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

สำหรับไมเคิล ไรท์ เป็นชาวอังกฤษที่สนใจในเรื่องประวัติศาสตร์สังคมวัฒธรรมสยามประเทศไทย ด้วยความที่เขาเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก จึงมักมีข้อมูลใหม่ๆ มาเสนอ หรือความคิดเห็นกับข้อสังเกตที่น่าสนใจต่อวงวิชาการด้านประวัติศาสตร์สังคม วัฒธรรมอยู่เสมอ บางคราวสามารถเชื่อมโยงหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพื่อให้เห็นภาพพรวมของ ประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ให้เห็น แล้วนำผ่านคอลัมภ์ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมและมติชนสุดสัปดาห์ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากผู้อ่านเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่แต่เฉพาะวิธีการคิดเท่านั้น แต่รวมไปถึงวิธีการเขียนที่มีใจความกระชับและสอดแทรกอารมณ์ขันได้อย่างแนบ เนียน

ผลงานของไมเคิลไรท์ที่ผ่านมาทั้งหมด มีดังนี้ ฝรั่งคลั่งสยาม พ.ศ.2541,ฝรั่งอุษาคเนย์ พ.ศ.2542,ตะวันตกวิกฤติ คริสต์ศาสนา พ.ศ.2542,โองการแช่งน้ำ พ.ศ.2543,ฝรั่งหลังตะวันตก พ.ศ.2547,พระพิฆเนศ พ.ศ.2548,แผนที่แผนทาง พ.ศ.2548,ไมเคิล ไรท์ มองโลก พ.ศ.2549,โลกนี้มีอนาคตหรือ? พ.ศ.2550,ฝรั่งคลั่งผี พ.ศ.2550,ฝรั่งหายคลั่งหรือยัง พ.ศ.2551 นอกจากนี้ยังมีผลงานอื่นๆ อีกมาก และ มีบทความลงในหนังสือพิมพ์ The Nation ตั้งแต่ พ.ศ.2538 บทความภาษาอังกฤษต่างๆ ในวารสารสยามสมาคม

ไมเคิล ไรท์ ได้รับการยกย่องจากมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ให้เป็นผู้มีอุปการคุณต่อวงการไทยคดีศึกษา นอกจากนี้ ยังเป็นบุคคลผู้ได้รับการยอกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น โดยกระทรวงวัฒนธรรมอีกด้วย

....

Rest in Peace

02 มกราคม 2552

045 | ปีเก่า



กระผมและปลากรอบแมวเพี้ยน ณ บ้านบิดามารดาที่กระผมอาศัยอยู่
ถ่ายด้วย Web Cam โน๊ตบุ้ค ACER ตัวใหม่




วันนี้วันที่ 2 มกราคม พ.ศ.2552 ครับ
เลยวันที่ 1 ซึ่งเป็นวันปีใหม่มาแล้ว เพราะงั้น ปีนี้ก็เลยไม่ใช่ปีใหม่อีกต่อไป กลายเป็นปีเก่าไปซะแล้วครับ 555

ไหนๆ ก็ได้มาเขียนแล้ว ขอรำลึกเหตุการณ์สำคัญอันเกิดขึ้นในปี 2551 ที่ผ่านมาซักนิดนึงนะครับ เผื่ออนาคตลูกหลานเข้ามาดู จะได้รู้ว่าไอ้หมอนี่มันทำอะไรมาแล้วบ้าง

ปี พ.ศ.2551

กุมภาพันธ์ :
- ย้ายมาอยู่หอหน้า ม.นเรศวร ใช้อาศัยซุกหัวนอนเวลาไปเรียนโท
- ได้ Netbook ที่ปรารถนามาครองสมใจ ASUS EEE PC 701

มีนาคม :
- อบรม Active Learning คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ออกย่ำต๊อกตะลุย กทม.อีกครั้งในรอบ 3 ปี

เมษายน :
- สงกรานต์แบบแห้งผากคือไม่อยากออกไปไหน เร่ร่อนรับลมทั่วนครสวรรค์กับมอเตอร์ไซค์คู่ชีพ
- ร่วมพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นครั้งที่ 3 ได้ยืนจัดแถวบัณฑิตบนเวที ห่างที่ประทับไม่ถึง 100 เมตร
- ดูงานพร้อมกับคณาจารย์สาขาวิชาฯ จ.ระยอง เหยียบน้ำทะเลได้ลึกสุดแค่ข้อเท้าก่อนขึ้นฝั่งแบบไม่คิดชีวิต

พฤษภาคม :
- ลานเบียร์สนามกีฬากลาง พาปิยชาติตะลุยราตรีกับประสบการณ์สุดสยิวกิ้ว
- กำกับและถ่ายทำ MV เพลงออกเดทคนเดียว นำแสดงโดยลูกศิษย์โอมสุดสง่า อัพโหลดขึ้น Youtube แบบไม่อายฟ้าดิน

มิถุนายน :
- ร่วมชุมนุมพันธมิตรฯ นครสวรรค์เป็นครั้งแรก
- อำลาห้อง 501 วรนันท์คอร์ท ที่ใช้ชีวิตมาตลอด 6 เดือน
- ร่วมงานเลี้ยงรับน้องใหม่ ป.โท CS & IT ม.นเรศวร โรงแรมลาพาโลมา พิษณุโลก เล่นสนุกเกอร์กับ อ.อดิเรกและ ดร.เอกสิทธิ์ หมดเป็นร้อย
- เปิดตำนาน Party Animals ใช้ชีวิตที่มีสุราแทนอาหารหลักและน้ำดื่ม
- ทำความรู้จักและสนิทสนมกับ Tiger เบียร์ที่รสดีที่สุดในชีวิต

กรกฏาคม :
- ร่วมชุมนุมพันธมิตรฯ นครสวรรค์ครั้งใหญ่
- ดูงานพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และท้องฟ้าจำลอง ได้เสื้อเขียวตัวโปรดเป็นที่ระลึก
- ได้เสื้อ UbuntuClub ตัวแรกที่สั่งซื้อ (Hardy Edition)

สิงหาคม :
- เดือนแห่งลูกกตัญญู

กันยายน :
- อำลาหอหน้า ม.นเรศวร กลับไปเช่าโรงแรมอยู่ตามเดิม
- เริ่มเขียน Blog http://dew55.blogspot.com เป็นที่ระลึกก่อนสิ้นวัย

ตุลาคม :
- รับลูกแมวสุดซ่าทั้งสองมาอยู่ที่บ้านด้วยกัน
- เหน็ดเหนื่อยกับความรับผิดชอบในวิชาชีพที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่ง

พฤศจิกายน :
- ได้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คตัวใหม่ ACER Aspire 4730z

ธันวาคม :
- Count Down สู่ปี 2552 ที่วัดนครสวรรค์

...หมดปี 2551 แล้ว




รู้สึกว่าปลายๆ ปี เหมือนจะไม่ค่อยมีอะไรมากมายเท่าไร แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ แหละครับ
ปีที่ผ่านมาสนุกมาก มีอะไรหลายๆ อย่างเกิดขึ้นมากมาย ปีนี้ก็ขอให้ชีวิตได้สนุกต่อไปเยอะๆ นะครับ (บอกตัวเอง)

24 ธันวาคม 2551

044 | งานเลี้ยงปีใหม่ 2552 คณะวิทย์

เมื่อคืนไปงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่คณะวิทย์มาครับ
ผมได้จับฉลากของขวัญจากหัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ แกะออกมาเป็นชุดจานเซรามิกครับ



แต่สงสัยว่ายี่ห้อ US และก็บอกว่า Designed in Korea เนี่ย...



มันเป็นบริษัทในเครือของ ASUS หรือเปล่าครับ 55555



ได้ไวน์ขาวมาขวดนึงครับ เนื่องจากเป็นตัวแทนของสาขาวิชาฯ ขึ้นไปร้องเพลง

จุดอ่อนของฉัน...อยู่ตรงที่หัวใจ ที่ทำเป็นแข็งแรง ที่ฉันแสดง..ที่แท้แทบขาดใจ..

แทบขาดใจจริงๆ ครับ ขาสั่นไปหมด อธิการบดีและคณะผู้บริหารก็อยู่กันครบเรย โอ้ววว



ดีใจได้ไวน์มากินวันเลี้ยงรุ่นและ 5555